12 วิธีประหยัดดาต้าระหว่างเที่ยวต่างประเทศ
ตั้งค่าครั้งเดียวก่อนบิน ลดการใช้ดาต้าได้จริงตลอดทริป

สรุปสั้น
- ปิดสำรองรูปอัตโนมัติและเล่นวิดีโออัตโนมัติคือสองอย่างที่ช่วยได้มากที่สุด
- ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ก่อนออกจากที่พักทุกวัน
ตั้งค่าก่อนบิน
- ปิดการสำรองรูปและวิดีโออัตโนมัติขึ้นคลาวด์
- ปิดการอัปเดตแอปอัตโนมัติเมื่อใช้ข้อมูลมือถือ
- ปิดเล่นวิดีโออัตโนมัติในแอปโซเชียลทุกตัว
- ดาวน์โหลดเพลงและพอดแคสต์ที่จะฟังไว้ล่วงหน้า
- ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ของทุกเมืองในแผน

ตั้งค่าระหว่างทริป
- เปิดโหมดประหยัดข้อมูลของระบบไว้
- ตั้งคุณภาพวิดีโอสตรีมเป็นระดับต่ำเมื่อใช้ข้อมูลมือถือ
- อัปโหลดรูปทั้งหมดตอนกลับถึงที่พักที่มี Wi-Fi
- ปิดการรีเฟรชเบื้องหลังของแอปที่ไม่จำเป็น
- ใช้แอปแชทส่งข้อความแทนวิดีโอคอลเมื่อไม่จำเป็น
- ตรวจยอดดาต้าคงเหลือทุกสองสามวัน
- ปิดสาย eSIM เมื่ออยู่ในที่พักที่มี Wi-Fi ดี
ทำไมการตั้งค่าเหล่านี้สำคัญกว่าการซื้อแพ็กเกจที่ใหญ่ขึ้น
หลายคนแก้ปัญหาดาต้าไม่พอด้วยการซื้อแพ็กเกจที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ได้ดูว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ดาต้าหมดเร็ว การซื้อเผื่อมากขึ้นแก้ปัญหาที่ปลายทางแต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ขณะที่การตั้งค่าที่ถูกจุดใช้เวลาไม่กี่นาทีแต่ส่งผลไปตลอดทั้งทริป
สองรายการที่ให้ไว้ข้างต้นครอบคลุมสิ่งที่ควรทำก่อนบินและระหว่างทริป ส่วนต่อจากนี้จะอธิบายว่าทำไมแต่ละอย่างถึงได้ผล และมีจุดไหนที่คนมักทำพลาดโดยไม่รู้ตัว
อะไรกันแน่ที่กินดาต้ามากที่สุดโดยที่ไม่รู้ตัว
ดาต้าส่วนใหญ่ที่หายไปโดยไม่รู้ตัวมักไม่ได้มาจากการเปิดแอปใช้งานตรง ๆ แต่มาจากกระบวนการเบื้องหลัง เช่น การสำรองรูปขึ้นคลาวด์อัตโนมัติ การอัปเดตแอปที่ทำงานเงียบ ๆ และการเล่นวิดีโออัตโนมัติในฟีดโซเชียลที่เลื่อนผ่านโดยไม่ได้ตั้งใจดู
กระบวนการเหล่านี้ทำงานอยู่เบื้องหลังแม้จะปิดหน้าจอไปแล้ว ถ้าไม่ปิดมันไว้ตั้งแต่ต้น การประหยัดดาต้าด้วยวิธีอื่นระหว่างวันอาจแทบไม่ช่วยอะไรเลย

ตัวนับดาต้าของเครื่องกับของผู้ให้บริการไม่เท่ากันเสมอไป
ตัวนับดาต้าที่เห็นในเครื่องเป็นการประมาณการของระบบปฏิบัติการเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดจากฝั่งผู้ให้บริการโดยตรง ตัวเลขทั้งสองฝั่งจึงอาจต่างกันเล็กน้อยเสมอ และในบางกรณีต่างกันมากพอที่จะทำให้เข้าใจผิดว่ายังเหลือดาต้าอยู่มากกว่าความจริง
ถ้าต้องการตัวเลขที่แม่นยำกว่า ควรอ้างอิงจากช่องทางที่ผู้ให้บริการเตรียมไว้ให้ตรวจสอบยอดการใช้งานโดยตรง แทนที่จะยึดตามตัวนับของเครื่องเพียงอย่างเดียว
วิธีตรวจสอบยอดการใช้ดาต้าอย่างแม่นยำระหว่างทริป
- 1iOS: เปิดตัวนับของระบบไปที่ ตั้งค่า > เซลลูลาร์ แล้วเลื่อนลงไปดูยอดการใช้งานของแต่ละแอปนับตั้งแต่รอบล่าสุด
- 2iOS: รีเซ็ตตัวนับให้ตรงกับวันเริ่มทริปเลื่อนลงล่างสุดแล้วกดรีเซ็ตสถิติ เพื่อให้ตัวเลขที่เห็นนับจากวันแรกของทริปพอดี
- 3Android: เปิดการตั้งค่าการใช้ข้อมูลไปที่ การตั้งค่า > เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > การใช้ข้อมูล แล้วเลือกช่วงเวลาที่ตรงกับทริป
- 4ตรวจเทียบกับช่องทางของผู้ให้บริการถ้าผู้ให้บริการมีช่องทางตรวจยอดการใช้งานแยกต่างหาก ให้เทียบตัวเลขทั้งสองฝั่งเป็นระยะเพื่อความแม่นยำ
โหมดประหยัดข้อมูลของระบบทำอะไรได้บ้างจริง ๆ
โหมดประหยัดข้อมูลที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการทำงานโดยจำกัดไม่ให้แอปที่เปิดอยู่เบื้องหลังใช้ดาต้าได้อย่างอิสระ แอปที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ตรงหน้ายังทำงานได้ตามปกติ แต่แอปอื่นที่ไม่ได้เปิดหน้าจอค้างไว้จะถูกจำกัดการเชื่อมต่อเบื้องหลัง
ผลข้างเคียงที่พบได้คือการแจ้งเตือนบางอย่างอาจมาช้าลงเล็กน้อย เพราะแอปนั้นไม่ได้เชื่อมต่อเบื้องหลังตลอดเวลาเหมือนก่อน ถือเป็นการแลกที่คุ้มค่าสำหรับทริปที่ต้องการประหยัดดาต้าให้มากที่สุด

เมื่อแชร์ฮอตสปอตให้อุปกรณ์อื่น ควรระวังอะไรเพิ่ม
อุปกรณ์ที่เชื่อมผ่านฮอตสปอต เช่น แล็ปท็อป มักมีพฤติกรรมใช้ดาต้าหนักกว่ามือถือ เพราะระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์มักตั้งค่าอัปเดตอัตโนมัติและซิงก์ไฟล์คลาวด์ไว้เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งอาจไม่ได้ถูกปิดไว้เหมือนที่ปิดในมือถือ
ก่อนแชร์ฮอตสปอตให้แล็ปท็อปทำงาน ควรปิดการอัปเดตอัตโนมัติและการซิงก์ไฟล์คลาวด์บนเครื่องนั้นด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่บนมือถือที่เป็นตัวปล่อยสัญญาณ
เวลาที่ไม่ควรประหยัดดาต้าจนเกินไป
การประหยัดดาต้ามีประโยชน์ แต่บางสถานการณ์การประหยัดเกินไปกลับเสี่ยงมากกว่าคุ้ม เช่น การปิดแผนที่แบบเรียลไทม์ขณะเดินอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคยตอนกลางคืน หรือการไม่ยอมใช้ดาต้าเรียกรถตอนที่ระบบขนส่งสาธารณะหยุดให้บริการแล้ว
ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือการหาทางกลับที่พัก การใช้ดาต้าตามที่จำเป็นสำคัญกว่าการประหยัดให้ได้มากที่สุด ควรตั้งความคาดหวังไว้ตั้งแต่ต้นว่าการประหยัดดาต้าไม่ควรแลกกับความปลอดภัย
หมวดแอปที่มักกินดาต้าโดยไม่รู้ตัว และการตั้งค่าที่ช่วยได้
| หมวดแอป | สิ่งที่มักกินดาต้าโดยไม่รู้ตัว | การตั้งค่าที่ช่วยได้ |
|---|---|---|
| แอปโซเชียลมีเดีย | เล่นวิดีโออัตโนมัติขณะเลื่อนฟีด | ปิดเล่นอัตโนมัติในเมนูตั้งค่าของแอปนั้น |
| แอปสำรองรูปและไฟล์ | สำรองขึ้นคลาวด์ทันทีที่ถ่ายรูป | ปิดสำรองอัตโนมัติ เปิดใช้เฉพาะตอนต่อ Wi-Fi |
| แอประบบปฏิบัติการและร้านแอป | อัปเดตแอปเบื้องหลังโดยไม่แจ้งเตือน | ปิดอัปเดตอัตโนมัติผ่านมือถือ เปิดเฉพาะบน Wi-Fi |
| แอปสตรีมเพลงและวิดีโอ | ดาวน์โหลดคุณภาพสูงเป็นค่าเริ่มต้น | ตั้งคุณภาพเป็นระดับต่ำเมื่อใช้ข้อมูลมือถือ |

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีแก้
| ข้อผิดพลาด | ผลที่ตามมา | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| คิดว่าปัดปิดแอปแล้วเท่ากับปิดการใช้ดาต้าเบื้องหลัง | บางแอปยังรีเฟรชเบื้องหลังต่อได้ | เข้าไปปิดการรีเฟรชเบื้องหลังในเมนูตั้งค่าโดยตรง |
| ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ตอนที่ไม่มี Wi-Fi แล้ว | ดาวน์โหลดไม่สำเร็จหรือได้แผนที่ไม่ครบพื้นที่ | ดาวน์โหลดล่วงหน้าตั้งแต่ยังมี Wi-Fi ที่บ้านหรือที่พัก |
| คิดว่าลบแคชแอปแล้วจะลดการใช้ดาต้าในอนาคต | แคชไม่เกี่ยวกับการใช้ดาต้า การลบแคชไม่ได้ช่วยประหยัดดาต้าจริง | ปรับการตั้งค่าที่เกี่ยวกับดาต้าโดยตรงแทน เช่น ปิดสำรองอัตโนมัติหรือปิดเล่นวิดีโออัตโนมัติ |
ถ้าประหยัดสุดทางแล้วดาต้ายังไม่พอ ควรทำอะไรต่อ
ถ้าทำตามทุกข้อข้างต้นแล้วดาต้ายังหมดเร็วกว่าที่คาด อาจถึงเวลาต้องกลับไปประเมินว่าแพ็กเกจที่เลือกไว้เหมาะกับปริมาณการใช้งานจริงหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ด้วยการตั้งค่าเพิ่มได้อีกแล้ว
เครื่องมือคำนวณดาต้าบนเว็บไซต์ช่วยประเมินปริมาณที่เหมาะสมสำหรับทริปถัดไปได้เร็วกว่าการเดา และถ้ายังไม่แน่ใจ ทีมงานพร้อมให้คำแนะนำผ่าน LINE https://lin.ee/skDPoNx หรืออีเมล esimonline.asia@gmail.com
ถ้าทำได้แค่สามอย่าง ให้เลือกข้อเหล่านี้ก่อน
- ปิดสำรองรูปและวิดีโออัตโนมัติขึ้นคลาวด์
- ปิดเล่นวิดีโออัตโนมัติในแอปโซเชียลมีเดียทุกตัว
- ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังมี Wi-Fi
คำถามที่พบบ่อย
ปัดปิดแอปด้วยการปัดออกจากหน้าจอสลับแอปช่วยประหยัดดาต้าไหม+
ช่วยได้บางส่วนเท่านั้น เพราะบางแอปยังรีเฟรชเบื้องหลังต่อได้แม้จะปัดออกแล้ว ควรเข้าไปปิดการรีเฟรชเบื้องหลังของแอปนั้นในเมนูตั้งค่าโดยตรงเพื่อให้ได้ผลแน่นอนกว่า
ทำไมตัวนับดาต้าของเครื่องกับของผู้ให้บริการไม่ตรงกัน+
ตัวนับของเครื่องเป็นการประมาณการของระบบปฏิบัติการเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดจากฝั่งผู้ให้บริการโดยตรง ตัวเลขทั้งสองฝั่งจึงต่างกันได้เสมอในระดับหนึ่ง ถ้าต้องการความแม่นยำ ควรอ้างอิงช่องทางตรวจสอบของผู้ให้บริการเป็นหลัก
โหมดประหยัดข้อมูลของระบบมีข้อเสียไหม+
ผลข้างเคียงหลักคือการแจ้งเตือนบางอย่างอาจมาช้าลงเล็กน้อย เพราะแอปที่ไม่ได้เปิดอยู่ตรงหน้าจะถูกจำกัดการเชื่อมต่อเบื้องหลัง ถือเป็นการแลกที่คุ้มค่าเมื่อเป้าหมายคือประหยัดดาต้าให้มากที่สุด
ควรดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ตอนไหน+
ควรดาวน์โหลดล่วงหน้าตั้งแต่ยังมี Wi-Fi หรือสัญญาณดี เช่น ที่บ้านหรือที่พัก ไม่ใช่รอจนถึงเวลาที่ต้องการใช้จริงแล้วค่อยดาวน์โหลด เพราะอาจไม่มีสัญญาณเพียงพอตอนนั้น
ถ้าทำทุกอย่างแล้วดาต้ายังไม่พอควรทำยังไง+
ลองใช้เครื่องมือคำนวณดาต้าเพื่อประเมินปริมาณที่เหมาะสมสำหรับทริปถัดไป และถ้ายังไม่แน่ใจ สอบถามทีมงานผ่าน LINE https://lin.ee/skDPoNx หรืออีเมล esimonline.asia@gmail.com เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
แชร์ฮอตสปอตให้แล็ปท็อปกินดาต้ามากกว่ามือถือจริงไหม+
มักจริง เพราะระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์มักเปิดอัปเดตอัตโนมัติและซิงก์ไฟล์คลาวด์ไว้เป็นค่าเริ่มต้น ควรปิดสองอย่างนี้บนแล็ปท็อปก่อนแชร์ฮอตสปอตให้ทำงาน ไม่ใช่ปิดแค่ฝั่งมือถือ