eSIM สำหรับองค์กร
ซื้อครั้งเดียวให้ทั้งทีม รับใบเสร็จในนามบริษัท และจัดการการใช้งานรวมศูนย์
อัปเดตล่าสุด 6 กันยายน 2569

ถ้าทีมของคุณเดินทางบ่อย การให้พนักงานซื้อ eSIM เองแล้วมาเบิกทีหลังมักจบด้วยบิลที่ตรวจยากและแพ็กเกจที่ไม่เท่ากัน เราจึงรับคำสั่งซื้อรวมสำหรับองค์กร

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการองค์กร
- สั่งซื้อหลายเลขในครั้งเดียว พร้อมรายชื่อผู้เดินทาง
- ใบเสนอราคาและใบเสร็จในนามบริษัท ส่วนใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบขึ้นกับสถานะการจดทะเบียนของเรา ถามก่อนสั่งซื้อได้
- แพ็กเกจภูมิภาคสำหรับทริปที่ไปหลายประเทศต่อเนื่อง
- คู่มือติดตั้งสำหรับส่งต่อให้พนักงาน ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
เหมาะกับใคร
- บริษัทที่ส่งพนักงานไปประชุมหรืองานแสดงสินค้าต่างประเทศ
- บริษัททัวร์และเอเจนซีที่ต้องดูแลลูกทัวร์ทั้งกรุ๊ป
- ทีมถ่ายทำและทีมงานอีเวนต์ที่ต้องอัปโหลดไฟล์ใหญ่ระหว่างเดินทาง
ขอใบเสนอราคา ติดต่อ esimonline.asia@gmail.com, LINE https://lin.ee/skDPoNx หรือ WhatsApp https://wa.me/message/YTADWGTLZL2VH1
บริการนี้ต่างจากการซื้อเองรายคนอย่างไร
การซื้อ eSIM รายคนไม่ได้ผิดอะไร ถ้าทีมของคุณเดินทางปีละครั้งสองครั้ง วิธีนั้นก็เร็วและจบในตัว ปัญหาจะเริ่มโผล่เมื่อจำนวนคนเพิ่มขึ้นและความถี่มากขึ้น เพราะแต่ละคนจะเลือกแพ็กเกจคนละแบบ จ่ายคนละราคา เก็บหลักฐานคนละรูปแบบ แล้วฝ่ายบัญชีต้องมานั่งไล่ดูทีหลังว่าใบไหนคือค่าอะไร บางใบเป็นสกุลเงินต่างประเทศ บางใบเป็นภาพหน้าจอที่ไม่มีชื่อบริษัทอยู่เลย
คำสั่งซื้อรวมแก้ปัญหานั้นในจุดเดียว คือให้ทั้งทีมได้แพ็กเกจแบบเดียวกัน จ่ายผ่านช่องทางเดียว และได้เอกสารชุดเดียวที่ออกในนามบริษัท ส่วนที่เหลือ ทั้งการติดตั้งบนเครื่องและการใช้งานจริงระหว่างเดินทาง ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เพราะ eSIM ที่พนักงานติดตั้งก็คือโปรไฟล์เดียวกับที่ลูกค้าทั่วไปได้รับ ไม่ได้มีเวอร์ชันพิเศษสำหรับองค์กร
สิ่งที่เราอยากให้ชัดตั้งแต่ต้นคือขอบเขต เรารับคำสั่งซื้อ ออกเอกสาร ส่งมอบโปรไฟล์ และช่วยแก้ปัญหาหลังติดตั้ง เราไม่ใช่เจ้าของโครงข่ายในต่างประเทศ และไม่มีอำนาจสั่งให้เครือข่ายท้องถิ่นเปิดสัญญาณให้ใครเป็นพิเศษ ถ้ามีคนบอกคุณว่าซื้อแบบองค์กรแล้วสัญญาณจะดีกว่า นั่นไม่จริงในทางเทคนิค
ทีมแบบไหนที่ได้ประโยชน์จริง
รูปแบบที่เห็นบ่อยที่สุดคือทีมที่มีคนเดินทางพร้อมกันตั้งแต่ไม่กี่คนขึ้นไป และมีคนกลางหนึ่งคนเป็นคนจัดการเรื่องเอกสาร เช่น เลขานุการผู้บริหาร ฝ่ายบุคคล หรือหัวหน้าทีมที่ต้องเซ็นอนุมัติค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว ยิ่งมีคนกลางชัดเจนเท่าไร กระบวนการยิ่งเร็ว เพราะไม่ต้องไล่ถามข้อมูลเครื่องทีละคนหลายรอบ
บริษัททัวร์และเอเจนซีอีเวนต์เป็นอีกกลุ่มที่ใช้แล้วเข้าท่า เพราะคนที่ต้องใช้เน็ตไม่ใช่พนักงานของคุณเสมอไป แต่เป็นลูกทัวร์หรือทีมงานฟรีแลนซ์ที่มารวมตัวกันเฉพาะงานนั้น การเตรียม QR ไว้ล่วงหน้าพร้อมคู่มือติดตั้งสองภาษาช่วยลดงานหน้างานได้มาก เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดวันเดินทางไม่ใช่ปัญหาสัญญาณ แต่เป็นปัญหาที่ยังไม่มีใครติดตั้งอะไรเลย
ในทางกลับกัน ถ้าทีมของคุณเดินทางกระจัดกระจาย คนละประเทศ คนละสัปดาห์ และแต่ละคนอยู่ยาวเป็นเดือน การซื้อรวมทีเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เพราะแพ็กเกจแต่ละใบมีอายุของตัวเองและเริ่มนับตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ การซื้อล่วงหน้าเป็นล็อตใหญ่แล้วเก็บไว้เฉย ๆ อาจทำให้บางใบหมดอายุก่อนได้ใช้ ในกรณีแบบนั้นเราจะบอกตรง ๆ ว่าให้ทยอยสั่งเป็นรอบดีกว่า
ขั้นตอนตั้งแต่ขอราคาจนถึงพนักงานได้ใช้งาน
- 1ส่งรายละเอียดทริปมาให้เราบอกจำนวนคน ประเทศที่ไป ช่วงวันที่ และลักษณะการใช้งานคร่าว ๆ เช่น ประชุมออนไลน์ทุกวันหรือแค่แผนที่กับแชท ข้อมูลสามอย่างแรกจำเป็นที่สุด ส่วนข้อสุดท้ายช่วยให้เราแนะนำปริมาณดาต้าได้ตรงขึ้น
- 2เราส่งตัวเลือกกลับพร้อมราคาคุณจะได้เห็นมากกว่าหนึ่งทาง เช่น แพ็กเกจรายประเทศเทียบกับแพ็กเกจภูมิภาค พร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละทางในบริบททริปของคุณ ราคาขึ้นกับแพ็กเกจที่เลือกและเงื่อนไขของผู้ให้บริการในช่วงนั้น จึงยืนยันได้เมื่อออกใบเสนอราคาเท่านั้น
- 3ยืนยันรายชื่อและตรวจเครื่องก่อนออกใบเสนอราคาฉบับจริง ควรรู้ก่อนว่าเครื่องของแต่ละคนรองรับ eSIM และไม่ติดล็อกเครือข่าย ขั้นตอนนี้ทำได้เองล่วงหน้าและช่วยตัดปัญหาที่แก้ยากที่สุดออกไปตั้งแต่ต้น
- 4ชำระเงินและออกเอกสารเมื่อชำระเงินสำเร็จ ระบบจึงสั่งโปรไฟล์จากผู้ให้บริการ เอกสารที่ออกให้ได้ขึ้นกับสถานะการจดทะเบียนของเราและสิ่งที่ฝ่ายบัญชีของคุณต้องใช้ ถามไว้ก่อนสั่งได้เสมอว่าเอกสารแบบที่คุณต้องการออกให้ได้หรือไม่
- 5แจกจ่ายให้ผู้เดินทางคุณจะได้ชุด QR พร้อมคู่มือติดตั้ง ส่งต่อให้แต่ละคนทางช่องทางภายในของบริษัท ควรแจกแบบหนึ่งคนหนึ่งรหัสและบันทึกไว้ว่าใครได้อันไหน เพราะ QR ส่วนใหญ่ติดตั้งได้ครั้งเดียว
- 6ให้ทุกคนติดตั้งก่อนวันเดินทางการติดตั้งควรทำตอนที่ยังมีไวไฟที่บ้านหรือที่ออฟฟิศ ไม่ใช่ที่สนามบิน การเปิดใช้งานค่อยทำเมื่อถึงปลายทาง ขั้นตอนนี้แยกกันได้และควรแยก

เอกสาร ใบเสนอราคา และเรื่องบัญชี
คำถามที่ฝ่ายจัดซื้อถามก่อนเสมอคือเอกสารออกให้ได้แบบไหน คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือมันขึ้นกับสองอย่าง หนึ่งคือสถานะการจดทะเบียนของฝั่งเรา สองคือรูปแบบเอกสารที่ระบบบัญชีของคุณยอมรับ บางบริษัทต้องการใบเสนอราคาก่อนอนุมัติ บางแห่งต้องการใบแจ้งหนี้แยกจากใบเสร็จ บางแห่งต้องการเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายบนเอกสารทุกใบ
เราจึงแนะนำให้ถามเรื่องเอกสารก่อนสั่งเสมอ ไม่ใช่หลังจ่ายเงินแล้ว การถามล่วงหน้าใช้เวลาไม่กี่นาที แต่การขอแก้เอกสารย้อนหลังใช้เวลามากกว่านั้นหลายเท่า และในบางกรณีก็แก้ไม่ได้เลยเมื่อรายการถูกบันทึกไปแล้ว ถ้าคุณส่งชื่อบริษัท ที่อยู่ และเลขผู้เสียภาษีมาพร้อมคำขอราคา เราจะบอกได้ทันทีว่าออกเอกสารตามที่ต้องการได้หรือไม่
| สิ่งที่ฝ่ายบัญชีมักขอ | ควรระบุตอนไหน | ทำไมจึงสำคัญ |
|---|---|---|
| ชื่อและที่อยู่บริษัทที่ถูกต้องตามทะเบียน | พร้อมคำขอใบเสนอราคา | ชื่อที่พิมพ์ผิดแม้ตัวเดียวอาจทำให้เอกสารใช้เบิกไม่ได้ |
| เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ | ก่อนออกเอกสาร | เพิ่มทีหลังมักต้องออกเอกสารใหม่ทั้งใบ |
| รูปแบบเอกสารที่ระบบบัญชีรับได้ | ก่อนชำระเงิน | ไฟล์ที่อ่านได้แต่บันทึกเข้าระบบไม่ได้ ก็เท่ากับยังไม่มีเอกสาร |
| การแยกค่าใช้จ่ายรายคนหรือรายศูนย์ต้นทุน | ตอนยืนยันรายชื่อ | แยกตั้งแต่ต้นง่ายกว่ามาแบ่งย้อนหลังจากยอดรวมก้อนเดียว |
| สกุลเงินที่เรียกเก็บและอัตราแลกเปลี่ยน | ก่อนชำระเงิน | อัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเป็นเรื่องของผู้ให้บริการชำระเงินและผู้ออกบัตร ไม่ใช่ของเรา |
สิ่งที่ควรตกลงให้จบก่อนกดจ่าย
เลือกระหว่างแพ็กเกจรายประเทศกับแพ็กเกจภูมิภาค
การตัดสินใจนี้ไม่ได้ขึ้นกับจำนวนประเทศอย่างเดียว แต่ขึ้นกับรูปแบบการเดินทางด้วย ทีมที่บินไปประเทศเดียวแล้วอยู่ยาวมักคุ้มกว่าถ้าใช้แพ็กเกจรายประเทศ ส่วนทีมที่ไล่ไปสามสี่ประเทศในสองสัปดาห์ การเปลี่ยนแพ็กเกจทุกครั้งที่ข้ามพรมแดนสร้างงานมากกว่าที่ประหยัดได้ และเป็นจุดที่เกิดความสับสนบ่อยที่สุดในทริปกลุ่ม
| สถานการณ์ | มักเหมาะกับ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ประชุมที่ประเทศเดียว สามถึงห้าวัน | แพ็กเกจรายประเทศ | ตรวจว่าวันที่กลับอยู่ในอายุแพ็กเกจ ไม่ใช่แค่วันประชุม |
| ทริปข้ามหลายประเทศในภูมิภาคเดียว | แพ็กเกจภูมิภาค | รายชื่อประเทศที่ครอบคลุมต่างกันไปตามแพ็กเกจ ต้องอ่านให้ครบทุกประเทศในกำหนดการ |
| ทีมแยกย้ายไปคนละประเทศพร้อมกัน | แยกตามปลายทางของแต่ละคน | ซื้อแบบเดียวกันทั้งทีมเพื่อความง่าย อาจทำให้บางคนได้แพ็กเกจที่ไม่ครอบคลุมที่ที่เขาไป |
| ต่อเครื่องระหว่างทางแบบไม่ออกนอกสนามบิน | ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม | ถ้าต้องออกนอกเขตผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง หรือค้างคืน ให้นับเป็นอีกปลายทางหนึ่ง |
| ทีมงานถ่ายทำที่ต้องอัปโหลดไฟล์ใหญ่ | ปริมาณดาต้าสูงและมีแผนสำรอง | ความเร็วอัปโหลดขึ้นกับเครือข่ายท้องถิ่นและสถานที่ ไม่มีใครรับประกันได้ล่วงหน้า |
ใช้ตารางนี้เป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนา ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป
ประเมินปริมาณดาต้าต่อคนโดยไม่ต้องเดา
คนที่จัดซื้อมักไม่ใช่คนที่ใช้งาน จึงประเมินยากว่าควรซื้อเท่าไร วิธีที่ได้ผลกว่าการเดาคือถามคำถามเดียวกับทุกคนในทีม ว่าระหว่างทริปนี้ต้องประชุมผ่านวิดีโอวันละกี่ชั่วโมง ต้องอัปโหลดงานหรือไม่ และจะใช้แผนที่นำทางบ่อยแค่ไหน สามข้อนี้กินดาต้าต่างกันมาก และเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้คนสองคนในทริปเดียวกันใช้ไม่เท่ากันหลายเท่า
ให้เผื่อไว้เสมอสำหรับสิ่งที่ไม่ได้วางแผน เช่น การอัปเดตแอปอัตโนมัติ การสำรองรูปขึ้นคลาวด์ และการแชร์อินเทอร์เน็ตให้แล็ปท็อปตอนไฟล์ส่งไม่ผ่าน สามอย่างนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ดาต้าหมดเร็วกว่าที่คิด และทั้งสามอย่างปิดหรือจำกัดได้จากการตั้งค่าเครื่องก่อนออกเดินทาง
ตรวจเครื่องของทีมก่อนสั่งซื้อ
เรื่องที่ทำให้คำสั่งซื้อองค์กรสะดุดมากที่สุดไม่ใช่เรื่องราคา แต่คือเครื่องของพนักงานบางคนใช้ eSIM ไม่ได้ ซึ่งมีสองสาเหตุหลัก อย่างแรกคือรุ่นเครื่องไม่รองรับ อย่างที่สองคือเครื่องซื้อมาแบบผูกสัญญากับผู้ให้บริการรายหนึ่งและยังติดล็อกอยู่ ทั้งสองอย่างตรวจได้ก่อนจ่ายเงิน และตรวจไม่ยาก
เมนูสำหรับตรวจสอบต่างกันไปตามยี่ห้อและเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ จึงไม่มีเส้นทางเดียวที่ใช้ได้กับทุกเครื่อง หลักการที่ใช้ได้ทั่วไปคือมองหาหัวข้อที่เกี่ยวกับเครือข่ายมือถือหรือซิม แล้วดูว่ามีตัวเลือกเพิ่มแพ็กเกจเซลลูลาร์หรือเพิ่ม eSIM อยู่หรือไม่ ถ้าไม่มีตัวเลือกนั้นเลย ให้ถือว่ายังไม่ยืนยัน และตรวจซ้ำด้วยเครื่องมือตรวจรุ่นเครื่องแทนการเดา
- รวบรวมยี่ห้อ รุ่น และเวอร์ชันระบบปฏิบัติการของทุกเครื่องในทีม
- ตรวจว่าเครื่องแต่ละเครื่องรองรับ eSIM ก่อนใส่ชื่อคนนั้นในคำสั่งซื้อ
- ถามพนักงานที่ใช้เครื่องจากสัญญาผู้ให้บริการว่าปลดล็อกแล้วหรือยัง
- ให้ทุกคนติดตั้งโปรไฟล์ตอนที่ยังอยู่กับไวไฟที่เชื่อถือได้
- บันทึกไว้ว่ารหัสไหนเป็นของใคร แล้วเก็บไฟล์นั้นไว้กับผู้ประสานงาน
- เตรียมทางสำรองไว้สำหรับคนที่เครื่องใช้ไม่ได้ เช่น ให้ใช้ซิมจริงหรือแชร์เน็ตจากเพื่อนร่วมทีม
การติดตั้งและการส่งมอบให้พนักงาน
หลังคุณได้ชุด QR แล้ว งานที่เหลือคือทำให้ทุกคนติดตั้งจริงก่อนวันเดินทาง ประสบการณ์ที่ได้ผลคืออย่าปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลล้วน ๆ แต่ตั้งเส้นตายภายในไว้สักสองสามวันก่อนบิน แล้วขอให้แต่ละคนยืนยันกลับมาสั้น ๆ ว่าติดตั้งเรียบร้อย การไล่ตามตอนนี้ง่ายกว่าการแก้ปัญหาตอนที่ทุกคนอยู่ต่างประเทศแล้วมาก
ให้แยกสองเรื่องออกจากกันให้ชัดในคำแนะนำที่คุณส่งต่อ คือการติดตั้งโปรไฟล์ กับการเปิดใช้งานเมื่อถึงปลายทาง หลายคนติดตั้งแล้วเปิดใช้ทันทีตั้งแต่ยังอยู่ไทย ซึ่งบางแพ็กเกจจะเริ่มนับอายุตั้งแต่ตอนนั้น เงื่อนไขการเริ่มนับอายุเป็นของผู้ให้บริการแต่ละราย และระบุไว้ในหน้าแพ็กเกจ ให้อ่านข้อนั้นก่อนบอกทีมว่าให้กดอะไรตอนไหน

การดูปริมาณการใช้งานระหว่างทริป
คำถามที่ตามมาเสมอคือผู้ประสานงานจะเห็นได้ไหมว่าใครใช้ดาต้าไปเท่าไร คำตอบตรงไปตรงมาคือมันขึ้นกับผู้ให้บริการของแพ็กเกจนั้น บางรายมีหน้าเช็กยอดคงเหลือให้ผู้ใช้ดูเอง บางรายไม่มี และไม่มีอะไรรับประกันว่าตัวเลขที่เห็นจะอัปเดตแบบทันที เราจะบอกให้ชัดตอนเสนอราคาว่าแพ็กเกจที่คุณเลือกมีวิธีเช็กยอดแบบไหน
วิธีที่ใช้ได้เสมอโดยไม่ต้องรอผู้ให้บริการคือให้แต่ละคนดูตัวนับดาต้าในเครื่องของตัวเอง ซึ่งอยู่ในหน้าตั้งค่าเซลลูลาร์ ตัวนับนี้เป็นของเครื่อง ไม่ใช่ของเครือข่าย จึงอาจไม่ตรงกับยอดฝั่งผู้ให้บริการเป๊ะ ๆ แต่ใช้เป็นสัญญาณเตือนได้ดีว่าใครกำลังจะหมดก่อนกำหนด และควรรีเซ็ตตัวนับก่อนเริ่มทริปเพื่อให้ตัวเลขอ่านง่าย
เมื่อมีปัญหาระหว่างที่ทีมอยู่ต่างประเทศ
ให้มีคนกลางหนึ่งคนเป็นทางเดียวในการแจ้งปัญหา แทนที่จะให้พนักงานสิบคนทักเข้ามาพร้อมกันด้วยข้อมูลคนละครึ่ง วิธีนี้เร็วกว่ามากในทางปฏิบัติ เพราะเราจะได้ภาพรวมว่าปัญหาเกิดกับคนเดียวหรือทั้งกลุ่ม ซึ่งเป็นข้อมูลที่แยกสาเหตุได้เร็วที่สุด ถ้าเกิดกับคนเดียวมักเป็นเรื่องการตั้งค่าเครื่อง ถ้าเกิดพร้อมกันทั้งกลุ่มมักเป็นเรื่องฝั่งเครือข่ายหรือฝั่งแพ็กเกจ
ข้อมูลที่ควรส่งมาพร้อมกันตั้งแต่ข้อความแรกคือ เลขคำสั่งซื้อ ชื่อคนที่มีปัญหา ยี่ห้อและรุ่นเครื่องพร้อมเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ ประเทศที่อยู่ตอนนี้ ชื่อเครือข่ายที่เครื่องจับได้ และภาพหน้าจอของหน้าตั้งค่าเซลลูลาร์ ครบหกอย่างนี้มักตอบได้จบในรอบเดียว ถ้าขาดไปหลายข้อ เราต้องถามกลับ ซึ่งเสียเวลาไปอีกรอบขณะที่คนคนนั้นยังใช้เน็ตไม่ได้
สิ่งที่เรารับปากได้ และสิ่งที่รับปากไม่ได้
เรารับปากได้ว่าจะตอบกลับตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน จะส่งมอบโปรไฟล์เมื่อชำระเงินสำเร็จ จะบอกตามตรงเมื่อแพ็กเกจใดไม่เหมาะกับทริปของคุณ และจะไม่แนะนำแพ็กเกจที่แพงกว่าโดยไม่มีเหตุผลที่อธิบายได้ นี่คือขอบเขตที่อยู่ในมือเราจริง ๆ
สิ่งที่เรารับปากไม่ได้คือความเร็วหรือความครอบคลุมของเครือข่ายในต่างประเทศ เพราะโครงข่ายเป็นของโอเปอเรเตอร์ท้องถิ่น สภาพสัญญาณในอาคาร ในห้องประชุมชั้นใต้ดิน หรือในงานที่มีคนหนาแน่นมาก ๆ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ขาย eSIM รายใดควบคุมได้ ช่องทางที่มีคือ LINE อีเมล และโทร 089-942-0818 / 088-521-6848 ซึ่งเรารับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
ถ้ามีคู่แข่งรายใดรับปากตัวเลขความเร็วเป็นตัวเลขชัดเจนสำหรับต่างประเทศ ให้ถามเขาว่ารับปากในนามของโอเปอเรเตอร์รายไหน คำถามนี้มักได้คำตอบที่บอกอะไรหลายอย่าง
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลพนักงาน
การสั่งซื้อแบบทีมทำให้เราได้รับข้อมูลของบุคคลที่ไม่ได้เป็นคนติดต่อเราเอง เช่น ชื่อผู้เดินทางและอีเมลที่ใช้รับ QR เราขอเท่าที่จำเป็นต่อการส่งมอบและการซัพพอร์ตเท่านั้น และไม่ต้องการข้อมูลอย่างเลขหนังสือเดินทางหรือรายละเอียดบัตรของพนักงานรายคน ถ้ามีแบบฟอร์มใดขอสิ่งเหล่านั้นในนามของเรา ให้ถือว่าน่าสงสัยและทักมาถามก่อน
ถ้าฝ่ายกฎหมายของคุณต้องการรายละเอียดว่าข้อมูลถูกเก็บอย่างไรและนานเท่าไร ให้ดูนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา ซึ่งเขียนไว้แยกต่างหากและใช้กับลูกค้าองค์กรเช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป ส่วนข้อมูลที่ผู้ให้บริการปลายทางเก็บนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขของผู้ให้บริการรายนั้นและกฎหมายของประเทศที่เขาดำเนินงาน ซึ่งเป็นคนละชุดกับของเรา
เริ่มต้นอย่างไร
ส่งกำหนดการคร่าว ๆ จำนวนคน และสิ่งที่ฝ่ายบัญชีต้องการ มาที่อีเมล esimonline.asia@gmail.com หรือทาง LINE @esimonline ที่ https://lin.ee/skDPoNx ถ้ายังไม่รู้รายละเอียดครบก็ส่งเท่าที่มีมาก่อนได้ เราจะถามกลับเฉพาะข้อที่จำเป็นต่อการเสนอราคาจริง ๆ
ถ้าอยากดูโครงสร้างแพ็กเกจก่อนคุยกับใคร หน้ารายการแพ็กเกจเปิดดูได้ตลอด และตัวเลขที่เห็นที่นั่นคือราคาปกติแบบเดียวกับที่ลูกค้าทั่วไปเห็น ใช้เป็นจุดตั้งต้นในการทำงบประมาณคร่าว ๆ ได้ก่อนที่จะขอใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการ
คำถามที่พบบ่อย
สั่งขั้นต่ำกี่เลขถึงจะเรียกว่าคำสั่งซื้อองค์กร+
ไม่มีตัวเลขตายตัว สิ่งที่ทำให้ต่างจากการซื้อรายคนคือคุณต้องการเอกสารในนามบริษัทและอยากให้ทั้งทีมได้แพ็กเกจแบบเดียวกัน ถ้ามีคนเดินทางไม่กี่คนแต่ฝ่ายบัญชีต้องการเอกสาร ก็ทักมาคุยได้เหมือนกัน
มีหน้าจอผู้ดูแลสำหรับดูการใช้งานของทุกคนไหม+
เครื่องมือเช็กยอดคงเหลือขึ้นกับผู้ให้บริการของแพ็กเกจที่คุณเลือก บางแพ็กเกจมีหน้าให้ผู้ใช้เช็กเอง บางแพ็กเกจไม่มี เราจะระบุให้ชัดตอนเสนอราคา และวิธีที่ใช้ได้เสมอคือให้แต่ละคนดูตัวนับดาต้าในเครื่องของตัวเอง
ถ้าซื้อไว้แล้วทริปเลื่อน จะเสียเปล่าหรือไม่+
ขึ้นกับว่าโปรไฟล์ถูกติดตั้งและเริ่มนับอายุแล้วหรือยัง เงื่อนไขการเริ่มนับอายุเป็นของผู้ให้บริการแต่ละราย ถ้ายังไม่ติดตั้งเลย มักมีทางเลือกมากกว่า ให้ทักมาพร้อมเลขคำสั่งซื้อทันทีที่รู้ว่าทริปเลื่อน อย่ารอจนใกล้วันเดิม
พนักงานบางคนใช้เครื่องส่วนตัว จะมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวไหม+
โปรไฟล์ eSIM ที่ติดตั้งเป็นแพ็กเกจดาต้า ไม่ใช่เครื่องมือจัดการอุปกรณ์ จึงไม่ให้สิทธิ์บริษัทเข้าถึงเนื้อหาในเครื่องของพนักงาน แต่ควรบอกพนักงานให้ชัดว่าแพ็กเกจนี้บริษัทเป็นผู้ซื้อ และจะให้ลบโปรไฟล์เมื่อจบทริปหรือไม่ ตกลงกันไว้ล่วงหน้าดีกว่ามาถามกันทีหลัง
ต้องส่งข้อมูลอะไรบ้างเพื่อขอใบเสนอราคา+
จำนวนคน ประเทศที่ไป ช่วงวันที่ และสิ่งที่ฝ่ายบัญชีต้องการบนเอกสาร สี่อย่างนี้พอสำหรับตัวเลือกรอบแรก ส่วนยี่ห้อและรุ่นเครื่องจะจำเป็นก่อนยืนยันคำสั่งซื้อจริง เพื่อกันปัญหาเครื่องไม่รองรับ
มีโปรแกรมตัวแทนจำหน่ายหรือส่วนแบ่งรายได้ไหม+
หน้านี้พูดถึงการซื้อเพื่อใช้งานภายในองค์กรเท่านั้น ถ้าคุณต้องการขายต่อให้ลูกค้าของคุณ นั่นเป็นข้อตกลงคนละแบบที่ต้องคุยกันเป็นรายกรณี ทักมาอธิบายรูปแบบธุรกิจของคุณ แล้วเราจะบอกตรง ๆ ว่าทำได้หรือไม่ได้
Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน