ดาต้าและการใช้งาน
ขนาดดาต้าที่ควรซื้อ วิธีประหยัด และความหมายจริงของคำว่าไม่จำกัด

คำถามเรื่องดาต้าเกือบทั้งหมดย้อนกลับไปที่คำถามเดียว คือจะซื้อเท่าไรจึงจะพอโดยไม่จ่ายเกิน คำตอบไม่ได้อยู่ที่จำนวนวันของทริป แต่อยู่ที่พฤติกรรมการใช้เน็ตของคุณระหว่างวัน คนสองคนที่เดินทางด้วยกันเจ็ดวันเท่ากันอาจใช้ดาต้าต่างกันหลายเท่า เพราะคนหนึ่งดูแผนที่กับส่งข้อความ อีกคนสตรีมวิดีโอบนรถไฟทุกวัน
ส่วนนี้อธิบายว่าอะไรกินดาต้าจริง ๆ คำว่าไม่จำกัดหมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ และการตั้งค่าไม่กี่อย่างที่ทำให้แพ็กเกจเดิมอยู่ได้นานขึ้นอย่างเห็นผล ตัวเลขจริงของแต่ละแพ็กเกจ ทั้งขนาดดาต้า อายุการใช้งาน และเงื่อนไขหลังใช้ครบ ให้ดูที่หน้าแพ็กเกจนั้นโดยตรง เพราะแต่ละปลายทางและแต่ละผู้ให้บริการตั้งเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

เริ่มจากพฤติกรรม ไม่ใช่จากจำนวนวัน
วิธีประมาณที่ใช้ได้ผลคือย้อนดูการใช้งานจริงของตัวเองในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เครื่องทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์มีหน้าสรุปการใช้ดาต้าอยู่ในเมนูเซลลูลาร์ ตัวเลขนั้นคือจุดตั้งต้นที่ดีกว่าการเดา เพราะมันสะท้อนนิสัยของคุณเอง ไม่ใช่นิสัยของนักเดินทางในอุดมคติ
จากนั้นปรับขึ้นหรือลงตามลักษณะทริป ทริปที่พักโรงแรมมีไวไฟและเดินเที่ยวเป็นหลักจะใช้น้อยกว่าที่คิด ส่วนทริปที่ต้องนำทางด้วยแผนที่ทั้งวัน ประชุมออนไลน์ หรืออัปโหลดรูปและวิดีโอขึ้นคลาวด์ตลอดเวลา จะใช้มากกว่าที่คิด และมักมากกว่าที่ใช้อยู่ที่บ้านด้วยซ้ำ
อะไรกินดาต้ามากที่สุด
การจัดลำดับด้านล่างเป็นการเทียบเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวเลขต่อชั่วโมง เพราะปริมาณจริงขึ้นกับความละเอียดของวิดีโอ คุณภาพสัญญาณ และการตั้งค่าในแต่ละแอป สิ่งที่ใช้ได้จริงคือรู้ว่าอะไรอยู่กลุ่มหนักและควรถูกจำกัดก่อน
| กิจกรรม | ระดับการใช้ดาต้า | สิ่งที่ควบคุมได้ |
|---|---|---|
| สตรีมวิดีโอและถ่ายทอดสด | หนักที่สุด | ลดความละเอียดในแอป หรือดาวน์โหลดไว้ตอนอยู่บนไวไฟ |
| วิดีโอคอลและประชุมออนไลน์ | หนัก | ปิดกล้องเมื่อไม่จำเป็น ใช้เสียงอย่างเดียวเมื่อสัญญาณไม่ดี |
| อัปโหลดรูปและวิดีโอขึ้นคลาวด์อัตโนมัติ | หนักและมองไม่เห็น | ตั้งให้อัปโหลดเฉพาะบนไวไฟ |
| เลื่อนดูฟีดโซเชียลที่เล่นวิดีโออัตโนมัติ | ปานกลางถึงหนัก | ปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติในแอปนั้น |
| แผนที่และการนำทาง | ปานกลาง | ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ของเมืองไว้ก่อน |
| แชตข้อความ อีเมล และเว็บทั่วไป | เบา | ไม่ต้องจำกัดเป็นพิเศษในกรณีทั่วไป |
การเทียบว่าอะไรกินดาต้ามากกว่ากัน
ประมาณการก่อนเดินทาง
- 1ดูยอดใช้จริงย้อนหลังเปิดหน้าสรุปการใช้ดาต้าในเมนูเซลลูลาร์ แล้วดูยอดของรอบล่าสุด หารด้วยจำนวนวันเพื่อให้ได้ค่าเฉลี่ยต่อวันของตัวคุณเอง
- 2หักส่วนที่จะได้จากไวไฟถ้าที่พักมีไวไฟและคุณอยู่ที่พักหลายชั่วโมงต่อวัน ให้หักส่วนนั้นออก แต่อย่าหักมากเกินไปเพราะไวไฟของโรงแรมมักไม่เสถียรพอสำหรับงานที่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อต่อเนื่อง
- 3บวกเผื่อสิ่งที่เกิดเฉพาะตอนเดินทางการนำทาง การแปลภาษา การเรียกรถ และการค้นหาสถานที่เกิดถี่กว่าตอนอยู่บ้านมาก ให้บวกเผื่อส่วนนี้ไว้ด้วยเสมอ
- 4เผื่อวันที่ผิดแผนเที่ยวบินดีเลย์ ที่พักหาไม่เจอ หรือต้องประชุมด่วน ล้วนทำให้การใช้พุ่งขึ้นในวันเดียว เผื่อไว้สักส่วนหนึ่งดีกว่าต้องเติมกลางทาง
- 5เทียบกับแพ็กเกจที่มีจริงนำตัวเลขที่ได้ไปเทียบกับขนาดดาต้าและอายุของแพ็กเกจในหน้าปลายทางนั้น แล้วเลือกอันที่ใกล้เคียงโดยเผื่อขึ้นหนึ่งขั้นถ้าคุณอยู่กลุ่มใช้หนัก
ไม่จำกัด หมายความว่าอะไร
แพ็กเกจที่เขียนว่าไม่จำกัดโดยทั่วไปหมายถึงไม่จำกัดปริมาณ แต่ไม่ได้แปลว่าความเร็วคงที่ตลอด ผู้ให้บริการส่วนใหญ่กำหนดปริมาณที่ใช้ได้เต็มความเร็วต่อวันหรือต่อรอบไว้ เมื่อใช้เกินจุดนั้นความเร็วจะถูกลดลงจนกว่าจะถึงรอบถัดไป เงื่อนไขนี้เรียกกันว่า FUP หรือนโยบายการใช้งานอย่างเป็นธรรม
สิ่งที่ควรอ่านจึงไม่ใช่คำว่าไม่จำกัดบนหัวข้อ แต่เป็นสองบรรทัดใต้มัน คือใช้เต็มความเร็วได้เท่าไรก่อนถูกลด และรอบนับใหม่เมื่อใด ตัวเลขเหล่านี้ต่างกันไปตามแพ็กเกจและปลายทาง เราจึงระบุไว้ที่หน้าแพ็กเกจแทนการสรุปรวมไว้ตรงนี้
ข้อดี
- ไม่ต้องคอยเฝ้ายอดคงเหลือทุกวัน
- เหมาะกับทริปที่ใช้หนักเป็นบางวันและเบามากในวันอื่น
- ไม่ต้องเสียเวลาเติมแพ็กเกจกลางทริป
ข้อจำกัด
- ความเร็วอาจถูกลดหลังใช้ครบตามเงื่อนไข
- เงื่อนไขต่างกันมากในแต่ละปลายทางและผู้ให้บริการ
- บางแพ็กเกจจำกัดการแชร์ฮอตสปอตแยกจากการใช้บนเครื่อง

หลังถูกลดความเร็วยังใช้อะไรได้
เมื่อความเร็วถูกลด การเชื่อมต่อยังอยู่ ไม่ได้ถูกตัด งานที่ใช้ข้อมูลน้อยและไม่ต้องการความต่อเนื่องมักยังทำได้ตามปกติ ส่วนงานที่ต้องส่งข้อมูลจำนวนมากอย่างต่อเนื่องจะรู้สึกได้ทันที
มักยังใช้ได้
แชตข้อความ อีเมลที่ไม่มีไฟล์แนบใหญ่ การเรียกดูหน้าเว็บที่เน้นข้อความ และการนำทางด้วยแผนที่ที่ดาวน์โหลดไว้แล้ว ล้วนเป็นงานที่ยังไปต่อได้แม้ความเร็วลดลง
มักไม่ไหว
วิดีโอความละเอียดสูง วิดีโอคอล การอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ และการดาวน์โหลดแอปจะช้าจนใช้งานจริงไม่ได้ ถ้าจำเป็นต้องทำสิ่งเหล่านี้ ให้รอไวไฟหรือรอรอบถัดไปของแพ็กเกจ
แพ็กเกจรายวันรีเซ็ตตอนไหน
แพ็กเกจรายวันจะให้โควตาชุดใหม่ตามรอบที่ผู้ให้บริการกำหนด บางรายนับตามเวลาที่เปิดใช้งานครั้งแรก บางรายนับตามเที่ยงคืนของโซนเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งอาจไม่ใช่เวลาท้องถิ่นที่คุณยืนอยู่ ความต่างนี้ทำให้บางคนรู้สึกว่าโควตาหมดเร็วผิดปกติในวันแรก
ถ้าจะวางแผนการใช้งานให้แม่น ให้ดูที่หน้าแพ็กเกจว่าระบุรอบไว้อย่างไร แล้วจัดกิจกรรมที่ใช้ดาต้าหนักไว้ต้นรอบ ไม่ใช่ปลายรอบ
สองคนใช้แพ็กเกจเดียวกันได้ไหม
ทำได้ผ่านฮอตสปอต โดยเครื่องที่ติดตั้งโปรไฟล์ไว้จะแชร์การเชื่อมต่อให้อีกเครื่อง แต่มีข้อควรรู้สองข้อ ข้อแรกคือดาต้าทั้งหมดถูกหักจากแพ็กเกจเดียวกัน ข้อสองคือบางแพ็กเกจกำหนดเงื่อนไขการแชร์ไว้ต่างจากการใช้บนเครื่องโดยตรง ให้ดูที่หน้าแพ็กเกจก่อนวางแผนแบ่งกันใช้
ในทางปฏิบัติ การแชร์เหมาะกับคู่ที่เดินทางด้วยกันตลอด ถ้าจะแยกกันเที่ยวคนละทาง สองแพ็กเกจแยกกันมักสะดวกกว่า เพราะเครื่องที่เป็นฮอตสปอตต้องอยู่ใกล้กันและแบตจะหมดเร็วกว่าปกติมาก
ดาต้าหายทั้งที่ไม่ได้ใช้
เครื่องไม่ได้หยุดทำงานเมื่อคุณเก็บมันลงกระเป๋า แอปยังซิงก์อีเมล อัปโหลดรูป ตรวจอัปเดต และดึงข้อมูลตำแหน่งอยู่เบื้องหลัง เมื่ออยู่บนไวไฟที่บ้านสิ่งเหล่านี้ไม่มีใครสังเกต แต่บนแพ็กเกจท่องเที่ยวที่มีโควตาจำกัด มันกลายเป็นส่วนที่หายไปโดยไม่รู้ตัว
- ปิดการสำรองรูปและวิดีโออัตโนมัติ หรือตั้งให้ทำเฉพาะบนไวไฟ
- ตั้งการอัปเดตแอปให้ทำงานเฉพาะบนไวไฟ
- ปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติในแอปโซเชียลและแอปข่าว
- ดาวน์โหลดแผนที่ เพลง และวิดีโอที่ต้องใช้ไว้ล่วงหน้า
- ปิดการรีเฟรชพื้นหลังของแอปที่ไม่จำเป็นระหว่างทริป
- เปิดโหมดประหยัดดาต้าของระบบไว้ตลอดการเดินทาง
- ตรวจยอดใช้ในเมนูเซลลูลาร์ทุกสองสามวัน

ตรวจยอดคงเหลืออย่างไรให้เชื่อถือได้
ตัวเลขที่เห็นได้มาจากแหล่งต่างกันและอัปเดตไม่พร้อมกัน การเข้าใจว่าแต่ละตัวเลขมาจากไหนช่วยลดความสับสนเวลาสองตัวเลขไม่ตรงกัน
| แหล่งข้อมูล | บอกอะไร | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ตัวนับการใช้ดาต้าในเครื่อง | ปริมาณที่เครื่องนับได้ตั้งแต่รีเซ็ตครั้งล่าสุด | นับรวมทุกสายถ้าไม่ได้แยกดู และไม่ใช่ยอดที่ผู้ให้บริการใช้ตัดสิน |
| หน้าตรวจสอบของผู้ให้บริการแพ็กเกจ | ยอดตามระบบของผู้ให้บริการ | อาจอัปเดตช้ากว่าการใช้งานจริงอยู่ระยะหนึ่ง |
| อีเมลยืนยันคำสั่งซื้อ | ขนาดแพ็กเกจ อายุ และเงื่อนไขที่ซื้อไว้ | เป็นข้อมูลตั้งต้น ไม่ใช่ยอดคงเหลือปัจจุบัน |
แหล่งตัวเลขการใช้ดาต้าและข้อจำกัดของแต่ละแหล่ง
ใช้ VPN บน eSIM ได้ไหม
ใช้ได้ตามปกติ VPN ทำงานอยู่ชั้นบนของการเชื่อมต่อ จึงไม่เกี่ยวกับว่าซิมเป็นแบบพลาสติกหรือ eSIM สิ่งที่ควรรู้คือ VPN เพิ่มปริมาณข้อมูลที่ต้องส่งเล็กน้อยจากการเข้ารหัส และอาจทำให้ความหน่วงสูงขึ้นถ้าเซิร์ฟเวอร์ที่เลือกอยู่ไกล
ข้อควรระวังคือกฎหมายและข้อจำกัดของบางประเทศเรื่องการใช้ VPN ซึ่งเป็นเรื่องของประเทศนั้น ไม่ใช่ของแพ็กเกจ ตรวจข้อมูลของปลายทางก่อนเดินทางถ้าคุณต้องพึ่ง VPN ในการทำงาน
ทำไมแพ็กเกจถึงไม่มีเบอร์โทร
แพ็กเกจสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นแบบดาต้าอย่างเดียว จึงไม่มีหมายเลขสำหรับรับสายหรือรับ SMS โครงสร้างแบบนี้ทำให้ราคาถูกลงและติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องผูกกับการลงทะเบียนหมายเลขในประเทศปลายทาง
ผลที่ตามมาซึ่งต้องวางแผนคือ SMS ที่ใช้ยืนยันตัวตนจะยังเข้าที่ซิมหลักของคุณเท่านั้น ให้เก็บซิมหลักไว้ในเครื่องและเปิดรับ SMS ไว้ ส่วนการโทร ให้ใช้แอปที่โทรผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งวิ่งบนดาต้าของแพ็กเกจได้ตามปกติ
เมื่อดาต้าใกล้หมดระหว่างทริป
สิ่งแรกที่ควรทำคือดูว่าเหลือกี่วันเทียบกับที่เหลืออยู่ ถ้าเหลือน้อยกว่าที่ต้องใช้จริง ให้ลดกิจกรรมกลุ่มหนักลงก่อน แล้วจึงพิจารณาการเติมหรือซื้อแพ็กเกจใหม่ ทางเลือกที่มีขึ้นกับแพ็กเกจที่ถืออยู่ บางแพ็กเกจเติมได้ บางแพ็กเกจต้องซื้อใหม่
ถ้าไม่แน่ใจว่าแพ็กเกจของคุณอยู่แบบไหน ส่งเลขคำสั่งซื้อมาให้เราตรวจได้ทาง LINE ที่ https://lin.ee/skDPoNx หรืออีเมล esimonline.asia@gmail.com เราจะบอกทางเลือกที่มีจริงสำหรับแพ็กเกจนั้น ไม่ใช่ทางเลือกทั่วไป
วันแรกและวันสุดท้ายมักใช้หนักกว่าที่คิด
วันเดินทางเป็นวันที่การใช้ดาต้าพุ่งสูงที่สุดของทริป เพราะทุกอย่างเกิดพร้อมกัน ทั้งการหาทางออกจากสนามบิน การเรียกรถ การเปิดแผนที่ การหาที่พัก การแจ้งคนที่บ้านว่าถึงแล้ว และการซิงก์ของแอปที่เพิ่งได้กลับมาออนไลน์หลังปิดไปทั้งเที่ยวบิน คนจำนวนมากจึงรู้สึกว่าโควตาหายไปมากผิดปกติในวันแรก ทั้งที่จริงเป็นเรื่องปกติของวันเดินทาง
วิธีรับมือคือเตรียมสิ่งที่ทำได้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังอยู่บนไวไฟ ดาวน์โหลดแผนที่ของเมืองปลายทาง บันทึกที่อยู่ของที่พักไว้แบบออฟไลน์ และตั้งให้แอปสำรองรูปทำงานเฉพาะบนไวไฟ ก่อนขึ้นเครื่อง สามอย่างนี้ตัดภาระของวันแรกออกไปได้มาก และทำให้ยอดที่เหลือของทั้งทริปอ่านง่ายขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อดาต้าเผื่อไว้เยอะ ๆ ดีกว่าไหม+
เผื่อไว้บ้างเป็นเรื่องดี แต่การซื้อเกินความจำเป็นมากก็เป็นการจ่ายเกินโดยไม่ได้อะไรกลับมา วิธีที่สมดุลคือประมาณจากยอดใช้จริงของตัวเองแล้วเผื่อขึ้นหนึ่งขั้น ถ้ายังกังวล ให้เลือกแพ็กเกจที่เติมเพิ่มได้ระหว่างทริปแทนการซื้อขนาดใหญ่ที่สุดตั้งแต่แรก
ดาต้าที่เหลือยกไปทริปหน้าได้ไหม+
โดยทั่วไปไม่ได้ แพ็กเกจสำหรับนักท่องเที่ยวมีอายุจำกัด และเมื่อครบกำหนดส่วนที่เหลือจะสิ้นสุดไปพร้อมกัน เงื่อนไขที่แน่นอนอยู่ที่หน้าแพ็กเกจของแต่ละปลายทาง ให้อ่านก่อนซื้อถ้าคุณวางแผนเดินทางซ้ำในเวลาใกล้กัน
ทำไมเน็ตช้าทั้งที่ยอดยังเหลือ+
ความเร็วขึ้นกับเครือข่ายที่เกาะอยู่ ณ ตอนนั้น ความหนาแน่นของผู้ใช้ในพื้นที่ และสัญญาณในอาคาร ไม่ได้ขึ้นกับยอดคงเหลืออย่างเดียว ลองย้ายที่ เปิดปิดโหมดเครื่องบินหนึ่งรอบ แล้ววัดใหม่ ถ้ายังช้าทุกที่และทุกเวลา ให้ทักหาทีมงานพร้อมบอกเมืองที่อยู่
แชร์ฮอตสปอตให้แล็ปท็อปได้ไหม+
ทำได้ถ้าแพ็กเกจนั้นอนุญาตให้แชร์ ซึ่งระบุไว้ที่หน้าแพ็กเกจ ข้อควรระวังคือแล็ปท็อปมักดาวน์โหลดอัปเดตและซิงก์ไฟล์งานอัตโนมัติ ซึ่งกินดาต้าเร็วกว่าที่คาดมาก ให้ตั้งค่าการเชื่อมต่อนั้นเป็นแบบมีการวัดปริมาณก่อนใช้งาน
จะรู้ได้อย่างไรว่าถูกลดความเร็วแล้ว+
อาการคือทุกอย่างยังเชื่อมต่อได้แต่ช้าลงอย่างสม่ำเสมอในทุกแอปและทุกสถานที่ ต่างจากสัญญาณอ่อนซึ่งจะดีขึ้นเมื่อย้ายที่ ให้เทียบยอดที่ใช้ไปกับเงื่อนไขบนหน้าแพ็กเกจ ถ้าตัวเลขใกล้เคียงกับที่ระบุไว้ ก็มีแนวโน้มว่าเป็นการลดความเร็วตามเงื่อนไข
ควรซื้อดาต้ากี่ GB
ใช้แบบเบาคือแผนที่ แชท อีเมล ราว 0.4GB ต่อวัน ใช้ปกติที่มีโซเชียลและรูปราว 0.9GB ต่อวัน ใช้หนักที่มีสตรีมมิ่งหรือฮอตสปอตราว 1.9GB ต่อวัน คูณด้วยจำนวนวันแล้วเผื่ออีก 15 เปอร์เซ็นต์
อะไรกินดาต้ามากที่สุด
วิดีโอความละเอียดสูงกินมากที่สุด ราว 1.8GB ต่อชั่วโมงที่ 1080p รองลงมาคือวิดีโอคอลราว 1GB ต่อชั่วโมง ส่วนแผนที่นำทางกินน้อยมากราว 25MB ต่อชั่วโมง สิ่งที่คนมองข้ามคือการสำรองรูปอัตโนมัติ ซึ่งกินเทียบเท่าการดูวิดีโอ
ประหยัดดาต้าระหว่างทริปอย่างไร
ปิดการสำรองรูปอัตโนมัติผ่านมือถือ ลดความละเอียดวิดีโอเป็น 480p ดาวน์โหลดแผนที่และเพลย์ลิสต์ไว้ตอนต่อไวไฟ และปิดการอัปเดตแอปอัตโนมัติ สี่อย่างนี้มักลดการใช้ดาต้าได้มากกว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นทั้งหมดรวมกัน
ไม่จำกัดจริงหรือไม่ และ FUP คืออะไร
แพ็กเกจไม่จำกัดเกือบทั้งหมดมีนโยบายการใช้งานอย่างเป็นธรรม คือให้ความเร็วเต็มถึงปริมาณหนึ่งต่อวัน แล้วลดความเร็วลงหลังจากนั้น การเชื่อมต่อยังอยู่แต่ช้าลง เราจะแสดงเพดานความเร็วเต็มไว้เมื่อผู้ให้บริการระบุมา
ถูกลดความเร็วแล้วยังใช้อะไรได้บ้าง
โดยทั่วไปยังแชท ใช้แผนที่ และเปิดหน้าเว็บข้อความได้ แต่วิดีโอความละเอียดสูงและการโทรวิดีโอจะสะดุด ความเร็วหลังลดขึ้นกับผู้ให้บริการ ซึ่งบางรายระบุเป็นตัวเลขและบางรายไม่ระบุเลย
แชร์ดาต้าระหว่างสองคนได้ไหม
ได้ทางอ้อมด้วยการเปิดฮอตสปอตจากเครื่องที่ติดตั้งโปรไฟล์ ถ้าแพ็กเกจอนุญาต แต่ต้องคำนวณดาต้าเป็นสองเท่าของคนเดียว และเครื่องที่แชร์จะเปลืองแบตเตอรี่เร็วกว่าปกติมาก
แพ็กเกจรายวันรีเซ็ตดาต้าตอนกี่โมง
ผู้ให้บริการส่วนใหญ่รีเซ็ตตามเวลาที่ระบุในเงื่อนไข ซึ่งอาจอิงเขตเวลาของปลายทางหรือเวลาสากล ไม่ใช่เวลาที่คุณเปิดใช้งาน ถ้าต้องใช้หนักช่วงกลางคืน ให้ตรวจข้อนี้ก่อน เพราะโควตาอาจตัดกลางคืนพอดี
ทำไมดาต้าหายทั้งที่ไม่ได้ใช้
แอปทำงานเบื้องหลังตลอด ทั้งการซิงก์อีเมล การสำรองรูป การอัปเดตแอป และการโหลดล่วงหน้าของฟีดโซเชียล ให้จำกัดการใช้ดาต้าเบื้องหลังในการตั้งค่า หรือปิดเฉพาะแอปที่กินหนักที่สุด
ใช้ VPN กับ eSIM ได้ไหม
ได้ตามปกติ เพราะ VPN ทำงานบนชั้นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ใช่ที่โปรไฟล์ซิม แต่ VPN เพิ่มปริมาณดาต้าเล็กน้อยจากการเข้ารหัส และในบางประเทศการใช้ VPN มีข้อจำกัดตามกฎหมายท้องถิ่น
ทำไมแพ็กเกจถึงไม่มีเบอร์โทร
เพราะเป็นแพ็กเกจดาต้าอย่างเดียว ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานของ eSIM นักท่องเที่ยว การไม่มีเบอร์ทำให้ราคาถูกลงและออกโปรไฟล์ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการลงทะเบียนหมายเลขในบางประเทศ