ของห้ามขึ้นเครื่อง ของห้ามโหลดใต้เครื่อง และของเหลวขึ้นเครื่อง
หลักการแยกกระเป๋าถือกับกระเป๋าโหลด ของเหลว แบตเตอรี่ ของมีคม และวิธีหาโควตาน้ำหนักกระเป๋าของสายการบินคุณเองจากใบจองและเว็บไซต์ โดยไม่ต้องจำตัวเลข

สรุปสั้น
- ของห้ามขึ้นเครื่องกับของห้ามโหลดใต้เครื่องเป็นคนละชุดกัน ของมีคมและของเหลวเกินกำหนดมักห้ามในกระเป๋าถือ ส่วนแบตเตอรี่ลิเทียม เช่น พาวเวอร์แบงก์ มักต้องอยู่ในกระเป๋าถือ ไม่ใส่กระเป๋าโหลด ตัวเลขเรื่องของเหลวและน้ำหนักกระเป๋ากี่กิโลต่างกันตามสายการบิน ประเทศ และชั้นโดยสาร
- วิธีที่ไม่พลาดคือดูโควตาจากใบจองหรือหน้าจัดการการจองของสายการบิน และเช็กรายการของต้องห้ามจากเว็บไซต์สายการบินและสนามบินต้นทางกับปลายทางก่อนจัดกระเป๋า บทความนี้ไม่ให้ตัวเลข ml หรือกิโลเป็นกฎ เพราะเปลี่ยนได้
สองชุดกฎ: กระเป๋าถือกับกระเป๋าโหลด
ผู้โดยสารจำนวนมากเข้าใจว่าของที่ห้ามขึ้นเครื่องคือของที่ห้ามโหลดด้วย แต่จริงๆ แล้วเป็นคนละตรรกะ กระเป๋าถือเน้นความปลอดภัยในห้องโดยสาร จึงจำกัดของมีคม ของเหลว และวัตถุที่อาจใช้เป็นอาวุธ ส่วนกระเป๋าโหลดเน้นความปลอดภัยของสินค้าใต้ท้องเครื่อง จึงจำกัดของที่ติดไฟง่าย ก๊าซอัด และแบตเตอรี่บางประเภท

ของห้ามขึ้นเครื่อง: หลักการ
- ของมีคมและวัตถุแหลม เช่น มีด กรรไกรบางแบบ มีดพับ อุปกรณ์กีฬาที่ใช้ทุบตีได้
- ของเหลว เจล สเปรย์ และครีมที่เกินขีดจำกัดของสนามบิน
- ของที่คล้ายอาวุธหรือเลียนแบบอาวุธ แม้เป็นของเล่น
- สารไวไฟ วัตถุระเบิด และสารเคมีอันตราย
รายการละเอียดจริงอยู่ในเว็บไซต์ของหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของสนามบิน และของสายการบิน ให้เปิดดูก่อนจัดกระเป๋า เพราะบางสิ่งที่ดูไม่เป็นอันตราย เช่น ไฟแช็กบางชนิด สเปรย์ในกระป๋อง หรือไม้เซลฟี่บางแบบ อาจถูกจำกัด

ของห้ามโหลดใต้เครื่อง
ของห้ามโหลดใต้เครื่องหลักๆ คือของที่เสี่ยงติดไฟหรือระเบิดเมื่อความดันเปลี่ยน ได้แก่ แบตเตอรี่ลิเทียมและพาวเวอร์แบงก์ที่แยกเก็บ ไฟแช็กและน้ำมันไฟแช็ก ก๊าซอัด และสารไวไฟ กฎของแบตเตอรี่เป็นเรื่องที่ผู้โดยสารพลาดบ่อยที่สุด ดูหลักการและวิธีเช็กในบทความกฎพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน

ของเหลวขึ้นเครื่องได้กี่ ml
คำถามยอดนิยมคือของเหลวขึ้นเครื่องได้กี่ ml คำตอบตรงๆ คือ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกที่ หลายสนามบินกำหนดขนาดภาชนะแต่ละชิ้น ปริมาณรวม และให้ใส่ในถุงใสตามรูปแบบที่กำหนด แต่รายละเอียด รวมถึงข้อยกเว้นสำหรับยา อาหารเด็ก และของที่ซื้อจากร้านปลอดภาษี ต่างกันตามประเทศและเปลี่ยนได้ จึงต้องเช็กจากเว็บไซต์ของสนามบินที่คุณจะผ่านจริง ทั้งต้นทาง จุดต่อเครื่อง และปลายทาง
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| เครื่องสำอางและของใช้ในห้องน้ำ | ใส่ภาชนะเล็กและรวมในถุงใสตามรูปแบบของสนามบิน หรือโหลดใต้เครื่อง |
| ยาและอาหารเด็ก | เช็กข้อยกเว้นของสนามบิน พกใบสั่งยาหรือหลักฐานตามที่แนะนำ |
| ของปลอดภาษีที่ซื้อในสนามบิน | เก็บถุงปิดผนึกและใบเสร็จไว้จนถึงปลายทาง โดยเฉพาะหากต้องต่อเครื่อง ตรวจกฎของจุดต่อเครื่อง |
| เครื่องดื่มและน้ำดื่ม | ไม่ถือผ่านจุดตรวจ ซื้อหรือเติมหลังผ่านจุดตรวจแล้ว ถ้าสนามบินอนุญาต |

กระเป๋าขึ้นเครื่องกี่กิโล และกระเป๋าโหลดกี่กิโล
ไม่มีน้ำหนักกลางที่ใช้ได้กับทุกสายการบิน ทั้งน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่อง กระเป๋าโหลด ขนาด และจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับสายการบิน เส้นทาง ชั้นโดยสาร และประเภทตั๋วที่คุณซื้อ ตั๋วราคาประหยัดบางประเภทอาจไม่รวมกระเป๋าโหลดเลย และเที่ยวบินที่ต่อกันหลายสายการบินอาจใช้เงื่อนไขที่เข้มกว่า จึงต้องดูจากตั๋วของคุณเอง
- 1เปิดใบจองหรือหน้าจัดการการจองดูหัวข้อสัมภาระหรือ baggage ซึ่งระบุโควตากระเป๋าขึ้นเครื่องและกระเป๋าโหลดสำหรับตั๋วใบนั้น
- 2เทียบกับหน้านโยบายสัมภาระของสายการบินดูขนาด น้ำหนักต่อชิ้น และเงื่อนไขของเครื่องมือกีฬาหรือของใหญ่ ที่ไม่ได้ระบุในใบจอง
- 3ชั่งกระเป๋าที่บ้านใช้เครื่องชั่งก่อนออกเดินทาง และเว้นที่สำหรับของที่ซื้อกลับ เพราะส่วนเกินที่ต้องจ่ายเพิ่มอาจแพงกว่าซื้อล่วงหน้า ตรวจเรทจริงจากสายการบิน
- 4ถ้ามีต่อเครื่อง ตรวจโควตาของทุกช่วงบินถ้าสองเที่ยวบินอยู่ในใบจองเดียวกัน มักใช้โควตาที่เข้มที่สุด แต่ถ้าแยกใบจอง ต้องเช็กแต่ละใบ
ของที่ซื้อกลับ: อาหาร ของฝาก และของปลอดภาษี
อาหารสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ พืช และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ มักมีกฎเข้มเมื่อนำเข้าประเทศ เพราะเกี่ยวกับโรคและศัตรูพืช ถ้าเดินทางกลับไทยหรือไปประเทศอื่นต่อ ให้เช็กกับกรมศุลกากรและหน่วยงานกักกันของประเทศนั้นก่อนซื้อ ถ้าไม่แน่ใจ ให้สำแดงตามที่ใบศุลกากรให้ไว้ ดูบทความ arrival card และใบศุลกากรเพิ่มเติม
ถ้าหยิบของผิดที่จุดตรวจ
ถ้าเจ้าหน้าที่พบของที่ไม่ผ่าน มักมีสามทางเลือกคือทิ้ง ใส่กระเป๋าโหลดถ้ายังทำได้ หรือฝากไว้ตามที่สนามบินอนุญาต แต่ถ้าเช็กอินกระเป๋าไปแล้ว ทางเลือกอาจน้อยลง ให้เผื่อเวลาที่สนามบินพอสมควร ดูบทความเช็คอินออนไลน์และเวลาไปสนามบิน
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อย
ของห้ามขึ้นเครื่องมีอะไรบ้าง+
หลักๆ คือของมีคม วัตถุแหลม ของเหลวที่เกินกำหนด วัตถุที่เหมือนอาวุธ สารไวไฟ และวัตถุอันตราย รายการละเอียดอยู่ในเว็บไซต์ของสนามบินและสายการบิน ให้ตรวจก่อนจัดกระเป๋า
ของห้ามโหลดใต้เครื่องคืออะไร+
ส่วนใหญ่คือของที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เช่น แบตเตอรี่ลิเทียมและพาวเวอร์แบงก์ที่แยกเก็บ ไฟแช็กและน้ำมันไฟแช็ก ก๊าซอัด และสารไวไฟ เช็กกับสายการบินเสมอ
ของเหลวขึ้นเครื่องได้กี่ ml+
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ทุกที่ สนามบินส่วนใหญ่จำกัดขนาดภาชนะและปริมาณรวม และให้ใส่ถุงใส แต่รายละเอียดต่างกันและเปลี่ยนได้ ให้เช็กจากเว็บไซต์ของสนามบินทุกแห่งที่คุณผ่าน
กระเป๋าขึ้นเครื่องกี่กิโล+
ขึ้นกับสายการบิน เส้นทาง และประเภทตั๋ว ดูได้จากใบจองหรือหน้าจัดการการจองของสายการบิน และเทียบกับหน้านโยบายสัมภาระ ทั้งน้ำหนักและขนาดมักถูกตรวจ
กระเป๋าโหลดกี่กิโล ถ้าตั๋วไม่ได้ระบุ+
อย่าเดา ให้เปิดหน้าจัดการการจองหรือติดต่อสายการบินหรือตัวแทนที่ขายตั๋ว บางตั๋วไม่รวมกระเป๋าโหลด และการเพิ่มที่สนามบินอาจแพงกว่าการซื้อล่วงหน้า ตรวจเรทจริงจากสายการบิน
พาวเวอร์แบงก์ใส่กระเป๋าโหลดได้ไหม+
โดยทั่วไปไม่ได้ ต้องพกขึ้นเครื่องในกระเป๋าถือ และกฎเรื่องความจุและจำนวนต่างกันตามสายการบิน ดูหลักการในบทความกฎพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน
ซื้อของปลอดภาษีแล้วต้องต่อเครื่องทำอย่างไร+
เก็บใบเสร็จและถุงปิดผนึกไว้ และเช็กกฎของเหลวของสนามบินจุดต่อเครื่อง เพราะบางแห่งตรวจอีกครั้ง ดูเพิ่มในบทความการต่อเครื่อง
Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน