เที่ยวเอโนชิมะ: ที่เที่ยว วิธีไป ช่วงไหนดี และข้อควรรู้
เอโนชิมะเป็นเกาะเล็กในคานากาวะที่ไปได้ในวันเดียวจากโตเกียว คู่มือนี้อธิบายที่เที่ยวหลัก ฤดูกาล และวิธีเดินทางแบบเข้าใจง่าย

สรุปสั้น
- เอโนชิมะเหมาะกับทริปครึ่งวันถึงหนึ่งวันจากโตเกียว ใช้เวลาเดินทางจากชินจูกุราวหนึ่งชั่วโมงเศษ
- ช่วงฤดูหนาวอากาศใสที่สุด มีโอกาสเห็นฟูจิจากริมทะเลมากกว่าฤดูอื่น แต่ลมเย็น
- ใส่รองเท้าเดินสบาย เพราะมีบันไดมาก ตารางรถไฟ ค่าเข้าชม และเวลาเปิดปิดต้องเช็กกับผู้ให้บริการ
เที่ยวเอโนชิมะเหมาะกับคนที่อยากได้ทริปวันเดียวนอกโตเกียว มีทะเล ศาลเจ้า ถ้ำริมหน้าผา และวิวภูเขาไฟฟูจิในวันที่อากาศใส โดยไม่ต้องย้ายที่พัก เกาะเล็กๆ ในจังหวัดคานากาวะแห่งนี้เชื่อมกับฝั่งเมืองฟูจิซาวะด้วยสะพานเบนเท็น เดินข้ามได้ ใช้เวลาจากชินจูกุราวหนึ่งชั่วโมงนิดๆ บทความนี้สรุปว่าควรไปเมื่อไร ไปอย่างไร ดูอะไรก่อนหลัง และเผื่อเวลาเท่าไรจึงไม่เหนื่อยเกินไป

เหมาะกับใครและควรเที่ยวกี่วัน
เอโนชิมะเป็นเกาะเล็ก เดินรอบหลักๆ ได้ในประมาณครึ่งวันถึงหนึ่งวัน จึงเหมาะกับทริปวันเดียวหรือครึ่งวัน ผู้ที่ชอบเดินเล่นถ่ายรูป ครอบครัวที่มีเด็กโต และคนที่ชอบทะเลแต่ไม่ได้ไปเล่นน้ำ จะเพลิดเพลินมาก ถ้าอยากได้บรรยากาศเมืองชายทะเลเต็มๆ ให้ต่อด้วยคามากุระหรือหาดแถวนั้นอีกวัน ส่วนคนที่เดินขึ้นบันไดนานไม่ไหวหรือใช้รถเข็นควรวางแผนให้ดี เพราะทางขึ้นเขาบนเกาะมีบันไดค่อนข้างมาก และอาจต้องเลือกใช้บันไดเลื่อนที่มีบริการช่วงขึ้นเนิน
ไปเดือนไหนดีที่สุด และสภาพอากาศ
เอโนชิมะเที่ยวได้ทั้งปีแต่แต่ละฤดูให้ความรู้สึกต่างกัน ช่วงที่คนไทยมักสนใจคือฤดูหนาวเพราะอากาศแห้งและใส ทำให้มีโอกาสเห็นฟูจิจากริมชายฝั่งมากกว่าฤดูอื่น ส่วนฤดูร้อนทะเลคึกคัก หาดแถวนั้นมีคนมาเล่นน้ำและเดินกันหนาแน่น
- ฤดูใบไม้ผลิ: อากาศเย็นสบาย เหมาะเดินขึ้นเขา แต่ช่วงสุดสัปดาห์คนเริ่มมาก
- ฤดูฝน (ราวมิถุนายน): ถ้ำและทางเดินริมทะเลอาจลื่น ควรมีเสื้อกันฝนและรองเท้ากันลื่น
- ฤดูร้อน: ร้อนชื้นและแดดจัด ควรพกน้ำและหมวก เลี่ยงเดินขึ้นเขากลางวัน
- ฤดูใบไม้ร่วง: อากาศดี ท้องฟ้าเริ่มใส พระอาทิตย์ตกริมทะเลสวย
- ฤดูหนาว: ลมทะเลเย็นกว่าที่คิด ควรมีเสื้อกันลม แต่ได้วิวไกลที่ชัดที่สุด
ไม่ว่าฤดูไหน ควรดูพยากรณ์อากาศและสภาพคลื่นก่อนไป เพราะวันที่คลื่นแรงหรือลมจัด บางจุดริมทะเลอาจปิดเพื่อความปลอดภัย พายุไต้ฝุ่นช่วงปลายฤดูร้อนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงก็อาจกระทบการเดินทาง

วิธีเดินทางและการเดินทางในพื้นที่
จากชินจูกุ นั่งรถไฟสายโอดาคิวเอโนชิมะไปลงสถานีคาตาเซะเอโนชิมะ ซึ่งมีทั้งรถธรรมดาและรถด่วนพิเศษ Romancecar แบบจองที่นั่ง จากสถานีเดินราวสิบกว่านาทีผ่านทางลอดและข้ามสะพานเบนเท็นก็ถึงเกาะ อีกเส้นทางคือ JR สายโทไกโดไปลงสถานีโอฟุนะ แล้วต่อรถไฟลอยฟ้า Shonan Monorail ไปสถานี Shonan-Enoshima หรือจะนั่งรถไฟสาย Enoden ไปลงสถานีเอโนชิมะ ซึ่งสะดวกถ้าจะเที่ยวคามากุระต่อ ค่าโดยสารและตารางเวลาเปลี่ยนได้ ควรเช็กกับผู้ให้บริการแต่ละสาย
บนเกาะส่วนใหญ่เดินเท้า ถนนสายหลักจากสะพานจะขึ้นเนินผ่านร้านค้าไปจนถึงศาลเจ้า มีบันไดสลับทางลาด ใส่รองเท้าที่เดินสบายและไม่ควรลากกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นเกาะ หากต้องการฝากกระเป๋า ให้ดูตู้ล็อกเกอร์ที่สถานีก่อนข้ามสะพาน
ที่เที่ยวห้ามพลาด
- ศาลเจ้าเอโนชิมะ (Enoshima Jinja): มีสามศาลเรียงกันขึ้นเขา ได้แก่ เฮตสึโนะมิยะ นากะสึโนะมิยะ และโอกุสึโนะมิยะ โดยทั่วไปไหว้เรียงตามลำดับ
- สวนซามูเอล ค็อกกิง และประภาคาร Enoshima Sea Candle: ขึ้นไปชมวิวมหาสมุทรและแนวชายฝั่งโชนัน เป็นจุดที่คนมักใช้ดูฟูจิในวันใส
- ถ้ำอิวายะ (Iwaya Caves): ถ้ำที่คลื่นกัดเซาะบริเวณปลายเกาะอีกฝั่ง เดินเข้าไปได้ตามเส้นทาง ปิดได้เมื่อคลื่นหรือน้ำขึ้นแรง
- ชิโกะงาฟุจิ (Chigogafuchi): หน้าผาและชายหินฝั่งตะวันตกที่เหมาะกับดูพระอาทิตย์ตก

ที่เที่ยวรอง และมุมที่คนมักมองข้าม
นอกจากจุดดังข้างต้น ยังมีสิ่งที่คนมักข้าม เช่น ทางเดินเลียบชายฝั่งด้านหลังเกาะซึ่งเงียบกว่าถนนสายหลัก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Shin-Enoshima Aquarium ฝั่งใกล้หาด ที่เหมาะกับครอบครัวและวันฝนตก และฝั่งหาดคาตาเซะที่เดินเล่นยามเย็นได้สบาย ถ้าไม่อยากเจอฝูงคน ให้เดินย้อนจากปลายเกาะกลับมาหาศาลเจ้าแทนการเดินทางเดียวกับทัวร์ส่วนใหญ่
ย่านที่ควรรู้
| ย่าน | เหมาะกับ | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| ถนนจากสะพานถึงศาลเจ้า | ร้านขนม ของกินริมทาง ของฝาก | คนแน่นช่วงสุดสัปดาห์ |
| บริเวณสวนและประภาคาร | วิวทะเล วิวฟูจิ | ต้องเดินขึ้นเนิน |
| ปลายเกาะและถ้ำ | ชายหินและพระอาทิตย์ตก | ทางลื่นเมื่อมีคลื่น |
| หาดคาตาเซะและฝั่งสถานี | เดินเล่นยามเย็น ร้านอาหารฝั่งเมือง | ช่วงฤดูร้อนคนแออัด |
ของกินและของฝากแบบย่อ
เมนูที่ผูกกับเอโนชิมะคือชิราสุ ปลาตัวเล็กจากอ่าวซางามิ มักเสิร์ฟเป็นข้าวหน้าชิราสุทั้งแบบสดและแบบลวก ตามด้วยทาโกะเซ็มเบ ข้าวเกรียบกดหมึกยักษ์ที่ขายตามถนนสายหลัก ของฝากมีขนมและเครื่องประดับเปลือกหอยท้องถิ่น ช่วงสุดสัปดาห์ร้านดังอาจต้องรอคิว และอาหารสดบางอย่างขึ้นกับฤดูและสภาพทะเล จึงควรถามหน้าร้านก่อนสั่ง
งบประมาณตัวอย่างและตัวอย่างแพลนสั้น
งบของทริปนี้ประกอบด้วยค่าเดินทางไปกลับจากที่พัก ค่าเข้าชมบางจุด (เช่น ถ้ำ สวน หรือบันไดเลื่อน) ค่าอาหารหนึ่งถึงสองมื้อ และของฝากเล็กน้อย ราคาจริงแตกต่างตามเส้นทางและฤดูกาล จึงควรเช็กจากผู้ให้บริการและแต่ละสถานที่ก่อนเดินทาง การพกเงินสดเป็นเยนไว้บ้างช่วยให้ซื้อของกินริมทางได้สะดวก
- 1ช่วงเช้า: ข้ามสะพานและขึ้นศาลเจ้าถึงคาตาเซะเอโนชิมะตอนสายๆ เดินข้ามสะพาน ไหว้ศาลเจ้าทั้งสามตามลำดับ
- 2ช่วงกลางวัน: อาหารเที่ยงและวิวฟูจิกินข้าวหน้าชิราสุ จากนั้นขึ้นสวนซามูเอล ค็อกกิงหรือประภาคารเพื่อดูวิว
- 3ช่วงบ่าย: ถ้ำและชายหินเดินไปปลายเกาะดูถ้ำอิวายะและชิโกะงาฟุจิ ถ้าถ้ำปิดให้ชมชายฝั่งแทน
- 4ช่วงเย็น: พระอาทิตย์ตกและกลับชมพระอาทิตย์ตกแล้วเดินกลับสถานี ถ้ายังมีแรง แวะหาดคาตาเซะก่อนขึ้นรถไฟ
การเที่ยวเอโนชิมะต้องใช้ทั้งแผนที่ ตารางรถไฟ และเครื่องแปลภาษา โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนสายระหว่างโอดาคิว JR และ Enoden eSIM ญี่ปุ่นที่ตั้งค่าไว้ก่อนออกเดินทางช่วยให้เปิดแผนที่และเช็กรถไฟได้ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน
คำถามที่พบบ่อย
เอโนชิมะไปจากโตเกียวยังไง ใช้เวลานานไหม+
จากชินจูกุนั่งสายโอดาคิวเอโนชิมะไปสถานีคาตาเซะเอโนชิมะ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ จากนั้นเดินข้ามสะพานเบนเท็นไปเกาะ
เที่ยวเอโนชิมะกี่ชั่วโมงพอ+
ประมาณครึ่งวันถึงหนึ่งวัน ถ้าจะดูถ้ำ ชมวิว และกินข้าวอย่างไม่รีบ ควรเผื่อสี่ถึงหกชั่วโมงบนเกาะ
ถ้าฝนตกควรเที่ยวเอโนชิมะไหม+
ได้ แต่ควรเลือกกิจกรรมในร่ม เช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และระวังทางลื่น ถ้ำและชายหินอาจปิดเมื่อคลื่นแรง
เอโนชิมะเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ไหม+
ได้ในวันที่ท้องฟ้าใสโดยเฉพาะฤดูหนาว แต่ไม่รับประกัน ขึ้นกับสภาพอากาศและทัศนวิสัย
เอโนชิมะเหมาะกับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กไหม+
เหมาะถ้าวางแผนเดินช้าๆ และเลือกใช้บันไดเลื่อนหรือพักบ่อย แต่ทางมีบันไดมาก รถเข็นเด็กอาจไม่สะดวก
Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน