เที่ยวจีน 5 วัน ต้องใช้กี่ GB
การใช้งานต่อวันคูณจำนวนวัน แล้วเผื่ออีก 15 เปอร์เซ็นต์สำหรับอัปเดตแอปและสำรองรูป เป็นการประมาณ ไม่ใช่การวัดจากเครื่องของคุณ

ห้าวันในจีนหน้าตาเป็นยังไงถ้าปักหลักเมืองเดียว
ห้าวันเป็นระยะที่คนไทยมักเลือกเมืองเดียวให้ลึก ไม่ต้องนั่งรถไฟข้ามภาค ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือปักกิ่ง วันแรกเข้าเมืองและพักผ่อน วันที่สองพระราชวังต้องห้ามกับเทียนอันเหมิน วันที่สามกำแพงเมืองจีน วันที่สี่หูท่งและร้านอาหาร วันที่ห้าช็อปปิ้งก่อนบิน หรือถ้าชอบเมืองใหญ่ทันสมัยก็ปักเซี่ยงไฮ้แล้วแวะซูโจวหรือหังโจวหนึ่งวันโดยรถไฟความเร็วสูงไปกลับ การปักหลักเมืองเดียวทำให้เน็ตมีจังหวะชัดเจน วันที่หนักที่สุดมักเป็นวันที่เรียกรถ สแกนจ่ายเงิน เปิดแผนที่ และแปลเมนูตลอดทั้งวัน ส่วนวันที่เบาคือวันที่นั่งในโรงแรมหรือคาเฟ่ที่มีไวไฟ ซึ่งในจีนไวไฟสาธารณะหลายแห่งมักขอเบอร์โทรศัพท์จีนยืนยัน นักท่องเที่ยวเลยเข้าได้ยาก จึงต้องพึ่งดาต้าของตัวเองมากกว่าที่คิด
วันที่ข้อมูลพุ่ง และวันที่ข้อมูลตก
- พุ่ง: วันไปกำแพงเมืองจีน ต้องเรียกรถหรือต่อรถทัวร์ไปไกลนอกเมือง ใช้แผนที่และเรียกรถกลับ ซึ่งสัญญาณบนเขาอาจเปลี่ยนไปมา
- พุ่ง: วันแรกที่ลงสนามบิน ติดตั้งแอป ยืนยันตัวตน ตั้งค่า Alipay หรือ WeChat Pay และเรียกรถเข้าเมือง
- ตก: วันที่เดินในพิพิธภัณฑ์หรือวัดทั้งวันโดยไม่ต้องเปิดจอบ่อย
- ตก: วันสุดท้ายที่มีแต่ช็อปปิ้งและเดินไปสนามบินด้วยแอปที่โหลดไว้แล้ว

แพ็กเกจแบบไหนเหมาะกับห้าวันในจีน
แพ็กเกจจีนเฉพาะประเทศแบบรายคงที่ของเรามีระยะ 7 วัน (500 MB หรือ 1 GB) 15 วัน (3 GB) และ 30 วัน (3, 5, 10, 20 และ 50 GB) แบบ 7 วันเล็กเกินไปสำหรับประมาณการ 6 GB ของการใช้ปกติ จึงเหมาะกับคนที่แค่ใช้แชตและแผนที่ออฟไลน์เท่านั้น ส่วนแบบ 15 วัน 3 GB ก็แทบไม่เหลือส่วนเผื่อ แม้แต่สำหรับคนใช้เบาที่ประมาณไว้ 3 GB
ทางเลือกที่ตรงกับห้าวันจึงมีสองทาง ทางแรกคือแพ็กเกจรายวัน ซื้อกี่วันก็ได้ จะซื้อห้าวันตามทริปเลยโดยเลือกขนาด 1, 2, 3 หรือ 5 GB ต่อวันตามความหนักของวัน ทางที่สองคือแพ็กเกจ 30 วันขนาด 10 GB ซึ่งครอบทริปห้าวันได้สบายและเผื่อเกินกว่า 6 GB ของการใช้ปกติ โดยยอมรับว่าวันที่เหลือจะไม่ได้ใช้
แพ็กเกจรายวันบางรุ่นระบุเพดานความเร็วหลังใช้เกินโควตาของวัน เช่น 384 Kbps หรือ 512 Kbps และบางรุ่นระบุ 1 Mbps ให้เปิดหน้าแพ็กเกจดูตัวเลขของรุ่นที่เลือกก่อนซื้อ ความเร็วจริงขึ้นกับสัญญาณในจุดที่ยืนอยู่
เลือกแบบรายวันเมื่อไหร่ถึงคุ้มกว่า 30 วัน
ห้าวันเป็นช่วงที่รายวันได้เปรียบ เพราะคุณจ่ายเฉพาะวันที่ใช้จริง และเลือกขนาดต่างกันได้ตามวัน เช่น 5 GB สำหรับวันไปกำแพงเมืองจีน แต่ 1 GB สำหรับวันเดินวัด แต่ถ้ากะว่าจะโหลดวิดีโอหรือแชร์เน็ตให้เพื่อน แพ็กเกจ 30 วัน 10 GB จะสบายใจกว่าเพราะไม่ต้องกังวลโควตาหมดกลางวัน ให้เทียบราคารวมในตารางด้านล่างเพราะต่างกันตามขนาด
เรื่องแอปและการเข้าถึงที่ต้องรู้ก่อนไปเมืองเดียว
แพ็กเกจจีนทุกตัวที่เราขายออกเน็ตผ่านต่างประเทศ ตามที่คู่มือเลือก eSIM จีนของเราอธิบายไว้ Google, LINE และ Instagram จึงมักเปิดได้โดยไม่ต้องตั้ง VPN เอง แต่ไม่มีใครรับประกันทุกแอปบนทุกเครือข่าย ให้ทดสอบทันทีที่ลงเครื่องและอย่าพึ่งพาแอปเดียวเป็นช่องทางสำคัญ ส่วนการจ่ายเงิน ให้ตั้ง Alipay โหมด Tour Pass หรือผูกบัตรกับ WeChat Pay ที่บ้านก่อนบิน การสแกนจ่ายใช้ดาต้าน้อยแต่ต้องมีเน็ตเสถียร แอปเรียกรถในจีนคือ Didi แผนที่ที่แม่นในเมืองคือ Amap กับ Baidu Maps ควรโหลดแผนที่ออฟไลน์ของเมืองไว้ก่อน แพ็กเกจของเรามีแต่ดาต้า ไม่มีโทรหรือ SMS ดังนั้นรหัส OTP จากธนาคารไทยให้เก็บซิมหลักไว้รับ
ห้าวันสั้นเกินกว่าจะมานั่งแก้ปัญหาเน็ตวันที่สอง ติดตั้ง eSIM ที่บ้านก่อนบิน เปิดโรมมิ่งข้อมูลตามคำแนะนำของแพ็กเกจ แล้วทดสอบเรียกรถและเปิดแผนที่ทันทีที่ลงจอด ตารางประมาณการของเราให้ 3 GB สำหรับคนใช้เบา 6 GB สำหรับคนใช้ปกติ และ 11 GB สำหรับคนใช้หนักในห้าวัน สำหรับเมืองเดียวในจีน คนที่ใช้แผนที่ เรียกรถ และแปลภาษาทั้งวันมักอยู่ฝั่ง 6 GB ส่วนคนที่ทำคอนเทนต์ ไลฟ์ หรือเปิดวิดีโอผ่านเน็ตโทรศัพท์ จะขยับไปหา 11 GB ซึ่งแพ็กเกจรายวันแบบ 5 GB ต่อวันรองรับได้