เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก เริ่มต้นยังไงดี
รวมพื้นฐานที่คนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกต้องรู้ ตั้งแต่เลือกเมือง วางแผนการเดินทาง ไปจนถึงแอปที่ควรติดตั้งก่อนขึ้นเครื่อง

สรุปสั้น
- ถ้าเป็นทริปแรก ให้เลือกฐานหลักแค่ 1-2 ภูมิภาคแทนการวิ่งรอบประเทศ โตเกียวเหมาะกับคนชอบเมืองใหญ่และช้อปปิ้ง โอซาก้า-เกียวโตให้ทั้งวัดเก่าและอาหารสตรีทฟู้ด ส่วนฮอกไกโดกับโอกินาว่าเหมาะกับคนอยากได้ธรรมชาติหรือทะเลมากกว่าเมือง
- การเดินทางในญี่ปุ่นพึ่งรถไฟเป็นหลัก JR Pass คุ้มหรือไม่ขึ้นอยู่กับเส้นทางจริงของแต่ละคน และราคาพาสก็เคยเปลี่ยนมาแล้วในช่วงหลัง ควรเช็กราคาและเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ JR ทางการก่อนตัดสินใจซื้อ
- ก่อนขึ้นเครื่องควรลงแอป Google Maps แล้วโหลดแผนที่แบบออฟไลน์ของเมืองที่จะไป ติดตั้งแอปเดินทางท้องถิ่นสำหรับเช็กตารางรถไฟ และกรอกข้อมูลใน Visit Japan Web ล่วงหน้าเพื่อลดเวลาต่อคิวที่สนามบิน ส่วน eSIM ที่เปิดใช้งานได้ทันทีที่ลงเครื่องช่วยให้แอปเหล่านี้พร้อมใช้งานตั้งแต่วินาทีแรก
เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ไปเมืองไหนก่อนดี
ญี่ปุ่นกว้างกว่าที่หลายคนคิด และแต่ละภูมิภาคให้ประสบการณ์ต่างกันมาก คำแนะนำทั่วไปสำหรับทริปแรกคือเลือกฐานหลักสัก 1-2 ภูมิภาคให้เที่ยวแบบไม่เร่ง แทนที่จะพยายามครบทุกที่ในทริปเดียว เพราะเวลาเดินทางระหว่างภูมิภาคกินเวลาทริปไปมากกว่าที่คิด
- โตเกียวและบริเวณโดยรอบ: เหมาะกับคนชอบเมืองใหญ่ ช้อปปิ้ง ร้านอาหารหลากหลาย และแหล่งท่องเที่ยวแบบเมืองที่มีให้เลือกจนไม่พอเวลา เป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้นเคยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่
- โอซาก้า-เกียวโต (คันไซ): ผสมวัดวังเก่าแก่ในเกียวโตกับความคึกคักสายกินของโอซาก้า สองเมืองนี้อยู่ใกล้กันจนวางแผนไปคู่กันได้ในทริปเดียว
- ฮอกไกโด: เหมาะกับคนอยากได้ธรรมชาติ วิวหิมะหรือทุ่งดอกไม้ และอาหารทะเลสด ๆ มากกว่าเมืองใหญ่ ระยะทางจากภูมิภาคอื่นค่อนข้างไกล ควรเผื่อเวลาเดินทางเป็นทริปแยกมากกว่าแวะสั้น ๆ
- โอกินาว่า: หมู่เกาะทางใต้ที่มีทะเลและอากาศแบบร้อนชื้นต่างจากญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ เหมาะกับคนอยากได้ทะเลและดำน้ำมากกว่าวัดหรือช้อปปิ้ง

คนไทยเข้าญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่า พักได้กี่วัน
ไทยและญี่ปุ่นมีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างกันมาตั้งแต่ปี 2013 ทำให้ผู้ถือพาสปอร์ตไทยเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า และพักอยู่ได้สูงสุด 15 วัน

การเดินทางในญี่ปุ่น: รถไฟ, JR Pass และเรื่องที่ต้องเช็กเอง
การเดินทางในญี่ปุ่นพึ่งระบบรถไฟเป็นหลัก ทั้งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นสำหรับข้ามภูมิภาค และรถไฟในเมืองสำหรับเดินทางย่อย ระบบรถไฟตรงเวลาและครอบคลุมมาก แต่ก็มีหลายบริษัทเดินรถทับซ้อนกันในเมืองใหญ่ ทำให้บางครั้งต้องเปลี่ยนสายหรือเปลี่ยนบริษัทกลางทาง

แอปและเครื่องมือที่ควรมีติดเครื่องก่อนไปญี่ปุ่น
- 1Google Maps พร้อมแผนที่ออฟไลน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ของเมืองที่จะไปไว้ล่วงหน้า เผื่อสัญญาณอ่อนหรืออยู่ในที่ที่เน็ตช้า Google Maps ยังใช้นำทางเดินเท้าและดูตำแหน่งร้านได้แม้ไม่มีเน็ต
- 2แอปเดินทาง/ตารางรถไฟท้องถิ่นแอปสำหรับเช็กตารางรถไฟและชานชาลาแบบเรียลไทม์ช่วยได้มากในเมืองที่มีหลายบริษัทเดินรถทับซ้อนกัน โดยเฉพาะเวลาต้องเปลี่ยนสายกลางทาง
- 3Visit Japan Web กรอกล่วงหน้าVisit Japan Web เป็นบริการออนไลน์ทางการสำหรับกรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรล่วงหน้าก่อนเดินทาง การกรอกข้อมูลให้ครบก่อนขึ้นเครื่องช่วยลดเวลาต่อคิวที่จุดตรวจคนเข้าเมืองเมื่อถึงสนามบินญี่ปุ่น

วิธีใช้ Visit Japan Web ทีละขั้นตอน
Visit Japan Web (visitjapanweb.digital.go.jp) ช่วยให้กรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรล่วงหน้าได้ทางออนไลน์ แล้วใช้ QR โค้ดที่ระบบสร้างให้แสดงตอนถึงสนามบิน แทนการกรอกกระดาษ ช่วยประหยัดเวลาต่อคิวตอนลงเครื่องได้มาก
- 1สร้างบัญชี Visit Japan Web ก่อนเดินทางเข้าเว็บไซต์ visitjapanweb.digital.go.jp แล้วสมัครบัญชีผู้ใช้ล่วงหน้า ควรทำตั้งแต่ก่อนออกเดินทางเพื่อมีเวลากรอกข้อมูลให้ครบ
- 2ลงทะเบียนข้อมูลผู้เดินทางและพาสปอร์ตกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลพาสปอร์ตของผู้เดินทางแต่ละคนในระบบ
- 3ลงทะเบียนข้อมูลเที่ยวบิน/วันเดินทางกรอกรายละเอียดเที่ยวบินและวันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น
- 4กรอกใบศุลกากรและคำถามตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้ากรอกแบบฟอร์มศุลกากร และถ้ามีคำถามด้านตรวจคนเข้าเมืองที่ต้องตอบ ก็กรอกในระบบล่วงหน้าได้เลย ไม่ต้องกรอกกระดาษที่สนามบิน
- 5ระบบสร้าง QR โค้ดให้เมื่อกรอกข้อมูลครบ ระบบจะสร้าง QR โค้ดสำหรับศุลกากรและ/หรือตรวจคนเข้าเมืองให้อัตโนมัติ
- 6แสดง QR โค้ดที่จุดตรวจตอนถึงสนามบินตอนถึงสนามบินญี่ปุ่น ใช้ QR โค้ดนี้แสดงที่ตู้อีเกทหรือจุดตรวจคนเข้าเมือง/ศุลกากร แทนการกรอกแบบฟอร์มกระดาษ ช่วยลดเวลาต่อคิวได้มาก
ทำไมต้องมีเน็ตตั้งแต่ลงเครื่อง
ทั้ง Google Maps สำหรับหาทางออกจากสนามบินและต่อรถไฟเข้าเมือง และ Visit Japan Web สำหรับแสดง QR ตอนผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีอินเทอร์เน็ตพร้อมใช้ตั้งแต่ก้าวออกจากประตูเครื่องบิน การใช้ eSIM ที่เปิดใช้งานไว้ล่วงหน้าก่อนเดินทางช่วยตัดขั้นตอนหาซิมหรือต่อ Wi-Fi สนามบินออกไปได้ทั้งหมด ถ้ายังไม่แน่ใจว่าทริปของคุณควรซื้อ eSIM ขนาดเท่าไร อ่านรายละเอียดต่อได้ในคู่มือเลือกแพ็กเกจ eSIM ญี่ปุ่นของเรา หรือดูภาพรวมแพ็กเกจทั้งหมดได้ที่หน้าประเทศญี่ปุ่น
คำถามที่พบบ่อย
เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกควรไปกี่วัน+
ขึ้นอยู่กับจำนวนภูมิภาคที่จะไป ถ้าเลือกฐานหลักแค่ 1 ภูมิภาคอย่างโตเกียวหรือคันไซ ทริป 5-7 วันมักพอสำหรับดูจุดสำคัญ ๆ ได้แบบไม่เร่ง ถ้าจะไปสองภูมิภาคควรเผื่อเวลาเดินทางระหว่างกันเพิ่มด้วย
ที่เที่ยวญี่ปุ่นสำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากที่ไหน+
โตเกียวหรือโอซาก้า-เกียวโตเป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้นเคยที่สุด เพราะระบบขนส่งครอบคลุม ป้ายภาษาอังกฤษเยอะ และมีทั้งวัด ร้านอาหาร และช้อปปิ้งให้เลือกครบในพื้นที่เดียว ส่วนฮอกไกโดกับโอกินาว่าเหมาะเป็นทริปถัดไปมากกว่าทริปแรกเพราะเน้นธรรมชาติและอยู่ไกลจากภูมิภาคอื่น
คนไทยเข้าญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่าได้กี่วัน+
ผู้ถือพาสปอร์ตไทยเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพื่อท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และพักได้สูงสุด 15 วัน ตามข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่ปี 2013 ทั้งนี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากกระทรวงการต่างประเทศไทยหรือสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นก่อนเดินทางเสมอ
ต้องซื้อ JR Pass ไหม+
ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าทริปของคุณต้องนั่งชินคันเซ็นข้ามภูมิภาคกี่เที่ยว ราคาพาสเคยเปลี่ยนแปลงมาแล้ว จึงควรเช็กราคาและเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ JR ทางการ แล้วลองคำนวณเทียบกับการซื้อตั๋วแยกเที่ยวตามเส้นทางจริงก่อนตัดสินใจ
Visit Japan Web คืออะไร ต้องกรอกตอนไหน+
เป็นบริการออนไลน์ทางการสำหรับกรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรล่วงหน้า แนะนำให้กรอกให้ครบก่อนขึ้นเครื่อง เพื่อลดเวลาต่อคิวที่จุดตรวจคนเข้าเมืองเมื่อถึงสนามบินญี่ปุ่น
ต้องเปิด eSIM ก่อนถึงญี่ปุ่นไหม+
ทั่วไปแนะนำให้ตั้งค่าและติดตั้งโปรไฟล์ eSIM ไว้ก่อนขึ้นเครื่อง แล้วให้เริ่มใช้งานทันทีที่ลงเครื่อง เพื่อให้ Google Maps และ Visit Japan Web พร้อมใช้ตั้งแต่ก้าวออกจากประตูเครื่องบิน ไม่ต้องเสียเวลาหาซิมหรือต่อ Wi-Fi สนามบิน
Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน