โรมมิ่งค่ายไทยกับ eSIM ท่องเที่ยว เทียบจากราคาที่ค่ายประกาศเอง
ตารางราคาจริงของ AIS Ready2Fly และ True GO Travel ที่อ่านจากหน้าเว็บของค่ายเอง พร้อมสิ่งที่แต่ละทางให้และไม่ให้

สรุปสั้น
- แพ็กโรมมิ่งของค่ายไทยเก็บเบอร์ไทยของคุณไว้ใช้รับสายและรับ OTP ได้ตามปกติ ส่วน eSIM ท่องเที่ยวเป็นสายข้อมูลแยกที่ซื้อตามปลายทางและตามปริมาณที่จะใช้จริง
- ราคาแพ็กโรมมิ่งที่ค่ายแสดงบนการ์ดเป็นราคาไม่รวม VAT 7 เปอร์เซ็นต์ ทั้งสองค่าย ตัวเลขที่เรียกเก็บจริงจึงสูงกว่าที่เห็นราวเจ็ดเปอร์เซ็นต์
- ถ้าไม่สมัครแพ็กแล้วเปิดเน็ตต่างประเทศทิ้งไว้ อัตราที่ True ประกาศคือ 350 บาทต่อวันในโซนเอเชียและ 499 บาทต่อวันในยุโรป โอเชียเนียและอเมริกา ส่วนประเทศนอกรายการคิด 450 บาทต่อเมกะไบต์ นี่คือที่มาของบิลที่คนตกใจกัน
สิ่งที่โรมมิ่งให้แต่ eSIM ท่องเที่ยวให้ไม่ได้
- เบอร์ไทยของคุณยังทำงานอยู่ รับสายได้ รับ SMS ได้ และรับรหัส OTP จากธนาคารได้ตามปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนจำนวนมากเลือกโรมมิ่งแม้ราคาสูงกว่า
- ไม่ต้องติดตั้งอะไรและไม่ต้องใช้เครื่องที่รองรับ eSIM สมัครผ่านรหัส USSD หรือแอปของค่ายก่อนออกเดินทางแล้วจบ
- ทั้งสองค่ายระบุว่าซิมไทยต้องอยู่ในสถานะปกติและไม่ถูกระงับบริการ แต่ไม่ต้องเปลี่ยนซิมและไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์
- แพ็กระดับบนของทั้งสองค่ายพ่วงนาทีโทรและ SMS มาด้วย ซึ่ง eSIM แบบดาต้าอย่างเดียวไม่มี

AIS Ready2Fly ตามราคาที่ประกาศ
ตารางนี้เป็นแพ็กแบบดาต้าอย่างเดียว ราคาไม่รวม VAT 7 เปอร์เซ็นต์ ตามที่หน้าเว็บของ AIS ระบุไว้เอง AIS ยังมีชุด Plus, Premium และ Beyond ที่พ่วงเสียงและ SMS ในราคาสูงขึ้น ดูได้จากลิงก์ต้นทางท้ายบทความ
| แพ็กเกจ | ดาต้า | อายุ | ราคา (ไม่รวม VAT) |
|---|---|---|---|
| Ready2Fly Asia & Australia | 3GB | 3 วัน | 199 บาท |
| Ready2Fly Asia & Australia | 8GB | 10 วัน | 449 บาท |
| Ready2Fly Asia & Australia | 15GB | 10 วัน | 649 บาท |
| Ready2Fly Asia & Australia | 20GB | 15 วัน | 849 บาท |
| Ready2Fly Global | 4GB | 7 วัน | 599 บาท |
| Ready2Fly Global | 8GB | 15 วัน | 969 บาท |
| Ready2Fly Global | 20GB | 30 วัน | 1,899 บาท |
ราคาที่ AIS แสดงเมื่อ 2026-09-13 ไม่รวม VAT 7 เปอร์เซ็นต์ จำนวนประเทศที่ครอบคลุมค่ายระบุเป็นจำนวนโซน ไม่ใช่รายชื่อ
True และ dtac GO Travel ตามราคาที่ประกาศ
dtac รวมกิจการอยู่ภายใต้ True Corporation แล้ว และหน้าแพ็กโรมมิ่งเดิมของ dtac เปลี่ยนเส้นทางมาที่หน้าของ True หน้าที่เราอ่านมีวันที่ปรับปรุงล่าสุดกำกับไว้เป็นวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ราคาบนการ์ดระบุชัดว่าไม่รวม VAT
| แพ็กเกจ | ดาต้า | อายุ | ราคา (ไม่รวม VAT) |
|---|---|---|---|
| GO Travel Neighboring (ลาว มาเลเซีย) | 3GB | 7 วัน | 149 บาท |
| GO Travel Neighboring (ลาว มาเลเซีย) | 6GB | 7 วัน | 249 บาท |
| GO Travel Asia & Australia | 4GB | 3 วัน | 299 บาท |
| GO Travel Asia & Australia | 8GB | 10 วัน | 449 บาท |
| GO Travel Asia & Australia | 16GB | 10 วัน | 649 บาท |
| GO Travel Asia & Australia | 15GB | 30 วัน | 1,299 บาท |
| GO Travel Worldwide | 4GB | 7 วัน | 599 บาท |
| GO Travel Worldwide | 8GB | 15 วัน | 949 บาท |
| GO Travel Worldwide | 15GB | 30 วัน | 1,699 บาท |
| GO Travel Worldwide | 15GB | 365 วัน | 2,699 บาท |
ราคาที่ True แสดงเมื่อ 2026-09-13 ไม่รวม VAT 7 เปอร์เซ็นต์

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อดาต้าหมด
ทั้งสองค่ายระบุตรงกันว่าเมื่อใช้ดาต้าในแพ็กหมด เน็ตไม่ตัด แต่ลดความเร็วลงเหลือ 128 Kbps จนกว่าแพ็กจะหมดอายุ ความเร็วระดับนั้นยังส่งข้อความและเรียกแผนที่ได้แบบทุลักทุเล แต่ไม่พอสำหรับวิดีโอหรือการอัปโหลดรูป ข้อยกเว้นที่เราเห็นคือแพ็ก GO Travel Worldwide 15GB อายุ 365 วัน ซึ่ง True ระบุว่าเมื่อใช้ครบจะระงับบริการอัตโนมัติ ไม่ใช่ลดความเร็ว
ข้อกำหนดเรื่องเวลาที่ต้องรู้ก่อนกดสมัคร
- AIS ระบุว่าแพ็กจะเริ่มนับและเริ่มคิดเงินเมื่อใช้งานครั้งแรกในประเทศที่กำหนด ภายใน 60 วันนับจากเวลาที่ตั้งไว้ ถ้าไม่ได้ใช้ ลูกค้ารายเดือนจะถูกยกเลิกโดยไม่คิดเงิน ส่วนลูกค้าเติมเงินถูกตัดเงินตั้งแต่ซื้อและได้คืนภายใน 15 วันหลังแพ็กหมดอายุ
- True ระบุว่าคิดเงินตั้งแต่สมัคร และแพ็กจะเริ่มทำงานเมื่อตรวจพบเครือข่ายโรมมิ่งภายใน 30 วันนับจากวันสมัคร
- ทั้งสองค่ายนับวันแบบเต็ม 24 ชั่วโมงตามเวลาประเทศไทย ไม่ใช่เวลาปลายทาง และดาต้าที่เหลือไม่ยกยอดไปวันถัดไปในแพ็กรายวัน
- แพ็กระดับบนบางตัวของ True ระบุว่าเมื่อสมัครแล้วยกเลิกหรือเปลี่ยนไม่ได้ ให้อ่านบรรทัดนั้นก่อนกด

แล้ว eSIM ท่องเที่ยวต่างออกไปอย่างไร
- ซื้อตามปลายทางเดียวหรือภูมิภาคเดียว จึงไม่ต้องจ่ายค่าโซนที่ครอบคลุมประเทศที่คุณไม่ได้ไป
- เป็นสายข้อมูลแยกจากเบอร์ไทย เบอร์ไทยยังอยู่ในเครื่องและยังรับ SMS ได้ถ้าคุณเปิดสายนั้นไว้แบบไม่เปิดดาต้าโรมมิ่ง ซึ่งเป็นวิธีที่คนใช้เพื่อรับ OTP โดยไม่จ่ายค่าดาต้า
- ต้องใช้เครื่องที่รองรับ eSIM และต้องติดตั้งโปรไฟล์ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่แพ็กโรมมิ่งไม่มี
- ปริมาณและอายุถูกแบ่งเป็นก้อนละเอียดกว่า เช่นก้อนเล็กสำหรับทริปสามวันที่ใช้แค่แผนที่กับแชท ซึ่งไม่ค่อยมีในตารางโรมมิ่ง
วิธีตัดสินใจด้วยตัวเลขของทริปคุณเอง
- 1เขียนสามอย่างลงไปจำนวนวันที่อยู่ต่างประเทศ ปริมาณดาต้าที่คุณใช้จริงต่อวันที่บ้านหารสามสิบจากบิลเดือนก่อน และคำตอบว่าคุณจำเป็นต้องรับสายหรือรับ OTP ที่เบอร์ไทยระหว่างทริปหรือไม่
- 2ถ้าคำตอบข้อสุดท้ายคือจำเป็น ให้ชั่งน้ำหนักที่ความสะดวกก่อนราคาแพ็กโรมมิ่งที่พ่วงนาทีโทรตอบโจทย์นี้ตรง ๆ ในขณะที่การใช้ eSIM ดาต้าอย่างเดียวคุณต้องจัดการเบอร์ไทยแยกและยอมรับว่ารับสายไม่ได้ถ้าไม่เปิดโรมมิ่งเสียง
- 3ถ้าไม่จำเป็น ให้เทียบต่อกิกะไบต์แล้วบวก VAT เข้าไปทั้งสองฝั่งหารราคาแพ็กโรมมิ่งด้วยจำนวนกิกะไบต์ บวก VAT 7 เปอร์เซ็นต์ แล้วเทียบกับราคาต่อกิกะไบต์ของแพ็กปลายทางที่คุณกำลังดู อย่าลืมว่าถ้าเดินทางหลายคนและแชร์ฮอตสปอตได้ ทั้งสองทางคิดค่าใช้จ่ายต่อสายเท่านั้น ไม่ใช่ต่อคน

ข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้
- ราคาทั้งหมดอ่านเมื่อวันที่ตรวจและเป็นราคาไม่รวม VAT ตามที่ค่ายแสดง โปรโมชันของทั้งสองค่ายเปลี่ยนได้ตลอดและเราไม่ได้ติดตามแบบเรียลไทม์ ก่อนสมัครให้กดดูหน้าค่ายโดยตรงจากลิงก์ท้ายบทความ
- ในข้อมูลของ AIS เอง แพ็ก Global 15GB อายุ 15 วัน แสดงราคารวม VAT ที่ไม่สอดคล้องกับราคาไม่รวม VAT ของตัวเอง เราจึงใช้เฉพาะตัวเลขไม่รวม VAT และไม่นำแพ็กนั้นมาใส่ตาราง
- ทั้งสองค่ายระบุประเทศที่ครอบคลุมเป็นจำนวน ไม่ใช่รายชื่อบนหน้าเดียวกัน ถ้าปลายทางของคุณเป็นประเทศเล็กหรือดินแดนพิเศษ ให้ยืนยันรายชื่อกับค่ายก่อน
- ราคาบางระดับของ AIS ต่างกันตามระดับสมาชิก Serenade ตัวเลขในหน้านี้เป็นราคามาตรฐาน ไม่ใช่ราคาระดับสมาชิก
- เราขาย eSIM ท่องเที่ยว หน้านี้จึงไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่เป็นกลางโดยสมบูรณ์ วิธีที่เราจัดการคือไม่ตัดสินแทนคุณ ไม่ใส่ราคาของเราลงในตารางเทียบ และใส่ลิงก์ต้นทางของค่ายให้ตรวจย้อนได้ทุกตัวเลข
ทำไมแพ็ก unlimited โรมมิ่งถึงไม่ได้ไม่มีขีดจำกัดจริง
คำว่า unlimited บนหน้าสมัครมักหมายถึงไม่มีการตัดบริการและไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่มตลอดอายุแพ็ก ไม่ใช่ไม่มีเพดานความเร็ว ผู้ให้บริการเกือบทุกรายทั่วโลกใส่เงื่อนไข fair use ไว้ในเอกสารข้อกำหนดแยกต่างหากจากการ์ดราคา ซึ่งกำหนดปริมาณการใช้งานที่ความเร็วเต็มก่อนจะลดความเร็วลงเมื่อเกินเพดานนั้น เหตุผลหลักคือเวลาที่คุณโรมมิ่ง ผู้ให้บริการต้นทางต้องจ่ายค่าส่งต่อข้อมูลให้เครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศเป็นรายกิกะไบต์ การเปิดให้ใช้แบบไม่จำกัดจริงจึงแทบไม่เกิดขึ้นบนโรมมิ่งไม่ว่าค่ายไหนในโลก
- เพดาน fair use มักเขียนแยกจากตารางราคาที่เห็นตอนสมัคร ต้องเปิดหน้าข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเพื่อดูตัวเลขจริง
- เพดานสำหรับใช้งานตอนโรมมิ่งมักต่ำกว่าเพดานของแพ็กในประเทศเดียวกัน เพราะต้นทุนที่ค่ายจ่ายให้เครือข่ายต่างประเทศสูงกว่าต้นทุนบนโครงข่ายตัวเอง
- ความเร็วหลังชนเพดานของแพ็ก unlimited ไม่จำเป็นต้องเท่ากับตัวเลขที่ใช้กับแพ็กแบบจำกัดปริมาณ ให้ตรวจตัวเลขของสินค้าที่คุณกำลังจะซื้อโดยเฉพาะ อย่าอนุมานจากแพ็กอื่น
- แพ็กที่ชื่อมีคำว่า unlimited มักจำกัดที่จำนวนวันหรืออายุการใช้งานแทนปริมาณข้อมูล นั่นคือสิ่งที่ไม่มีขีดจำกัดจริง ไม่ใช่ความเร็วหรือปริมาณ
- ถ้าทริปของคุณต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตหนักอย่างวิดีโอคอลทำงานหรือสตรีมมิงต่อเนื่อง เพดาน fair use มีผลกับคุณจริง ควรถามค่ายตรง ๆ ว่าเพดานของแพ็กที่จะซื้อคือกี่กิกะไบต์ก่อนจ่ายเงิน
- คำว่า fair use เองก็ไม่มีนิยามมาตรฐานเดียวที่ใช้ร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม แต่ละค่ายกำหนดตัวเลขและวิธีคำนวณของตัวเอง แพ็กที่เรียกว่า unlimited จากค่ายหนึ่งจึงเทียบตรงตัวกับแพ็กชื่อเดียวกันของอีกค่ายไม่ได้ ต้องอ่านตัวเลขของแต่ละเจ้าแยกกัน
- บางครั้งเพดาน fair use ก็ไม่ได้เขียนเป็นตัวเลขกิกะไบต์ตรง ๆ แต่เขียนเป็นเงื่อนไขว่าการใช้งานต้อง สมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับผู้ใช้ทั่วไปในแพ็กเดียวกัน ซึ่งกำกวมกว่าตัวเลขตายตัวมาก ถ้าเจอถ้อยคำแบบนี้ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือโทรหรือแชทถามฝ่ายบริการลูกค้าให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจนก่อนเดินทาง แทนที่จะเดาเอาจากคำคลุมเครือ
การคิดเงินสองแบบของโรมมิ่ง และความยุ่งยากตอนเปิดใช้งาน
เมื่อดาต้าที่ซื้อไว้หมด ผู้ให้บริการมีทางเลือกออกแบบระบบสองแบบหลัก แบบแรกคือลดความเร็วลงจนกว่าแพ็กจะหมดอายุแต่ยังใช้งานพื้นฐานได้ ซึ่งเป็นแบบที่ตารางในหน้านี้ส่วนใหญ่เป็น อีกแบบคือตัดบริการทันทีจนกว่าคุณจะซื้อเพิ่มหรือแพ็กใหม่เริ่มทำงาน อย่างที่ระบุไว้แล้วว่าแพ็กบางตัวในหน้านี้ใช้แบบตัดแทนแบบลดความเร็ว ความต่างนี้สำคัญเพราะกำหนดว่าคุณจะเสียแค่ความเร็วหรือเสียการเชื่อมต่อทั้งหมดเมื่อใช้ดาต้าเกิน ก่อนเดินทางควรตรวจว่าแพ็กที่จะซื้อใช้ระบบไหน ไม่ใช่สมมติเอาว่าทุกแพ็กทำงานเหมือนกัน
- แพ็กโรมมิ่งของค่ายไทยส่วนใหญ่เปิดใช้งานผ่านแอปหรือรหัส USSD ซึ่งทำได้ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง แต่ถ้าลืมสมัครแล้วมาสมัครตอนถึงปลายทางแล้ว คุณต้องพึ่ง Wi-Fi ของโรงแรมหรือสนามบินก่อน เพราะเปิดดาต้าโรมมิ่งของสายเดิมไปก่อนอาจโดนอัตรานอกแพ็กเก็บไปแล้วบางส่วน
- eSIM ท่องเที่ยวมักติดตั้งโปรไฟล์ตั้งแต่อยู่บ้านผ่าน Wi-Fi และตั้งให้เริ่มนับอายุเมื่อเชื่อมเครือข่ายปลายทางครั้งแรก ทำให้ไม่มีช่วงที่ต้องหา Wi-Fi ฉุกเฉินตอนลงจากเครื่องเพื่อสมัครอะไรใหม่
- ก่อนเดินทาง ให้เปิดหน้าข้อกำหนดของแพ็กที่จะซื้อโดยตรง แล้วหาสามอย่าง คือเพดานการใช้งานที่ความเร็วเต็ม ความเร็วหลังชนเพดานเป็นแบบลดหรือแบบตัด และแพ็กเริ่มนับอายุตอนไหน สามข้อนี้ตอบคำถามเรื่องบิลช็อกได้เกือบทั้งหมด
- ความเสี่ยงเรื่องบิลช็อกเกิดกับโรมมิ่งแบบไม่มีแพ็กเท่านั้น เพราะเรียกเก็บตามการใช้งานจริงแบบไม่มีเพดานบนที่ตายตัว ส่วน eSIM ท่องเที่ยวเป็นการจ่ายล่วงหน้าตามปริมาณที่ซื้อ ใช้หมดก็คือหมด ไม่มีตัวเลขไหนบวกเพิ่มเข้ามาทีหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ
- ถ้าต้องสมัครแพ็กโรมมิ่งหลังลงจากเครื่องจริง ๆ ให้ปิดดาต้าโรมมิ่งของสายเดิมไว้ก่อน ต่อ Wi-Fi ของสนามบินเพื่อสมัครแพ็กในแอป แล้วค่อยเปิดดาต้าอีกครั้งหลังยืนยันว่าแพ็กทำงานแล้ว เป็นขั้นตอนที่ตัดความเสี่ยงเรื่องอัตรานอกแพ็กออกไปได้เกือบหมด
- ความยุ่งยากตอนเปิดใช้งานยังต่างกันตรงจังหวะเวลา แพ็กโรมมิ่งสมัครได้ตลอดแม้เพิ่งถึงแล้วค่อยกดในแอป แต่ eSIM ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องติดตั้งโปรไฟล์ตอนยังมี Wi-Fi ที่เชื่อถือได้ก่อนออกจากบ้าน เพราะการติดตั้งครั้งแรกมักต้องใช้อินเทอร์เน็ตช่วงสั้น ๆ ระหว่างขั้นตอน ถ้าลืมติดตั้งก่อนเดินทางแล้วถึงปลายทางแบบไม่มีสายไทยใช้เลย การหา Wi-Fi เพื่อติดตั้งครั้งแรกจะยุ่งยากกว่าการสมัครแพ็กโรมมิ่งผ่านสายที่ยังใช้งานได้อยู่แล้ว
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ไหม+
ได้ และเป็นวิธีที่คนเดินทางบ่อยใช้กันมาก เปิดสายไทยไว้สำหรับรับสายและรับ SMS แต่ปิดดาต้าโรมมิ่งของสายนั้น แล้วตั้งสาย eSIM เป็นสายข้อมูล ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากสายไทยจะมีเฉพาะค่าโทรหรือค่ารับสายตามอัตราโรมมิ่งเสียงเท่านั้น ไม่มีค่าดาต้า
ทำไมบิลโรมมิ่งบางคนถึงสูงมากทั้งที่ซื้อแพ็กแล้ว+
สาเหตุที่พบบ่อยคือใช้งานก่อนแพ็กเริ่มทำงาน หรือไปประเทศที่อยู่นอกโซนของแพ็กที่ซื้อ ซึ่งจะถูกคิดตามอัตราปกติแทน เช่นอัตราต่อเมกะไบต์สำหรับประเทศนอกรายการที่ True ประกาศไว้ที่ 450 บาทต่อเมกะไบต์ ทางป้องกันคือยืนยันว่าแพ็กเริ่มทำงานแล้วก่อนเปิดดาต้า และตรวจว่าทุกประเทศในทริปอยู่ในโซนเดียวกัน
128 Kbps หลังเน็ตหมด ใช้ทำอะไรได้จริงบ้าง+
พอสำหรับข้อความตัวอักษรใน LINE หรือ WhatsApp และพอเรียกแผนที่ได้แบบช้ามาก แต่ไม่พอสำหรับวิดีโอคอล การอัปโหลดรูป หรือการโหลดหน้าเว็บที่มีภาพเยอะ ถ้าทริปยังเหลืออีกหลายวันหลังดาต้าหมด การซื้อแพ็กเพิ่มมักคุ้มกว่าการทนใช้ความเร็วระดับนั้น
เลือกอะไรดีถ้าเป็นทริปสั้นสองสามวัน+
ทริปสั้นในโซนใกล้บ้านมักเป็นจุดที่แพ็กโรมมิ่งสูสีที่สุด เพราะแพ็กสามวันของค่ายราคาไม่สูงและไม่ต้องติดตั้งอะไรเลย ส่วน eSIM ได้เปรียบเมื่อคุณต้องการดาต้าน้อยกว่าที่แพ็กโซนบังคับให้ซื้อ หรือเมื่อไปประเทศเดียวที่มีแพ็กเฉพาะประเทศให้เลือก ให้ลองหารราคาต่อกิกะไบต์ทั้งสองฝั่งดูก่อน
แหล่งอ้างอิง
- AIS Ready2Fly roaming packages — AIS, 13 กันยายน 2569
- AIS Ready2Fly Premium — AIS, 13 กันยายน 2569
- AIS international roaming rate details — AIS, 13 กันยายน 2569
- True international roaming and GO Travel packages — True Corporation, 13 กันยายน 2569
ผู้เขียนบทความ

บ๊อบ กนกพล ทองดี
Bob Kanokphon Thongdee
- ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
- ทำงานด้านการตลาดออนไลน์มากว่า 7 ปี
- ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel
Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน