ติดตั้ง eSIM ก่อนบิน ใช้งานได้ทันทีที่เครื่องลง — รองรับกว่า 210 ปลายทาง
eSIMonline

เที่ยวBeppu: เมืองออนเซ็นแห่งโออิตะ ควรอยู่กี่วัน ไปช่วงไหนดี

Beppu เป็นเมืองออนเซ็นที่มีน้ำพุร้อนพุ่งสูงสุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนช้าๆ มากกว่าไล่เช็กอินสถานที่ คู่มือนี้อธิบายที่เที่ยว ฤดูกาล และการเดินทางในพื้นที่

ผู้เขียน: eSIMonline Travel Desk · ทีมคอนเทนต์การเดินทางเผยแพร่: 4 ตุลาคม 2569อัปเดตล่าสุด: 4 ตุลาคม 2569
เที่ยวBeppu: เมืองออนเซ็นแห่งโออิตะ ควรอยู่กี่วัน ไปช่วงไหนดี

สรุปสั้น

  • เหมาะกับคนที่ชอบออนเซ็นและบรรยากาศเมืองเก่า อยู่ 2 วัน 1 คืนก็เห็นไฮไลต์ ถ้ารวมยูฟุอินควรเผื่อ 3 วัน
  • ช่วงที่เที่ยวสบายคือฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูร้อนอากาศชื้นร้อน และหน้าหนาวเหมาะกับการแช่น้ำพุร้อน
  • ที่เที่ยวหลักคือจิโกกุเมกุริ ทาเคกาวาระออนเซ็น บ่อทรายร้อน และกระเช้าขึ้นภูเขาซึรุมิ

Beppu อยู่ฝั่งตะวันออกของจังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู หันหน้าออกอ่าวเบปปุ ขนาบด้วยภูเขาด้านหลัง ภาพของเมืองคือไอน้ำที่ลอยขึ้นจากปล่องและท่อทั่วเมือง เป็นเมืองที่มีแหล่งน้ำพุร้อนจำนวนมากและหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ผู้ที่ไปเที่ยวที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ได้มาไล่ตามตึกสูงหรือห้างใหญ่ แต่มาเพื่อแช่น้ำ เดินดูบ่อน้ำร้อนสีแปลก และกินอาหารท้องถิ่น จึงเหมาะกับทริปที่ไม่เร่ง

เที่ยวBeppu: เมืองออนเซ็นแห่งโออิตะ ควรอยู่กี่วัน ไปช่วงไหนดี

เหมาะกับใครและควรเที่ยวกี่วัน

Beppu เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และผู้สูงอายุที่ชอบพักผ่อนแบบออนเซ็น รวมถึงนักเดินทางที่ไล่เที่ยวเกาะคิวชูและต้องการหยุดพักสักคืน ถ้าเที่ยวแบบเร็วที่สุด ใช้เวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวันก็ดูจิโกกุได้ แต่การนอนค้างหนึ่งคืนในโรงแรมที่มีออนเซ็นจะทำให้ได้ประโยชน์จากเมืองนี้มากกว่ามาก ส่วนคนที่ต้องการกิจกรรมกลางคืนหรือช้อปปิ้งขนาดใหญ่ อาจรู้สึกว่าเมืองเงียบเกินไป

ไปเดือนไหนดีที่สุด และสภาพอากาศ

  • ฤดูใบไม้ผลิ: อากาศอุ่นสบาย มีซากุระตามสวนและริมแม่น้ำในเมือง ช่วงบานจริงเปลี่ยนไปทุกปี ให้ดูพยากรณ์ก่อนเดินทาง
  • ฤดูร้อน: ร้อนและชื้น มีฝนฤดูร้อนและพายุไต้ฝุ่นได้ จึงควรเผื่อแผนสำรองในร่ม การแช่ออนเซ็นก็อาจรู้สึกร้อนเกินไปในช่วงกลางวัน
  • ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี: ภูเขารอบเมืองและบริเวณซึรุมิมีสีแดงเหลือง มักอยู่ช่วงปลายปี อากาศเย็นสบาย เป็นหนึ่งในช่วงที่ดีที่สุด
  • ฤดูหนาว: หนาวแต่เหมาะกับการแช่น้ำร้อน หิมะในเมืองไม่ใช่เรื่องปกติ แต่บนภูเขาสูงอาจมีหิมะหรือน้ำค้างแข็งบางวัน

วิธีเดินทางและการเดินทางในพื้นที่

รถไฟสาย JR นิปโปไปถึงสถานี Beppu ได้โดยตรง และมีรถด่วนลิมิเต็ดเอ็กซ์เพรสจากฟุกุโอกะเมื่อรวมทั้งสถานีอื่นในคิวชูเหนือ ส่วนสนามบินโออิตะอยู่บนคาบสมุทรคุนิซากิ ต้องต่อรถบัสเข้าเมือง รายละเอียดเส้นทางเปรียบเทียบอยู่ในบทความวิธีเดินทางไป Beppu โดยเฉพาะ ภายในเมืองมีรถบัสท้องถิ่นไปคันนาวะ ชิบาเซกิ และเขาซึรุมิ แท็กซี่ใช้ได้เมื่อไปเป็นกลุ่ม ส่วนย่านใจกลางเมืองรอบสถานีเดินเท้าได้ในระยะสั้น

เที่ยวBeppu: เมืองออนเซ็นแห่งโออิตะ ควรอยู่กี่วัน ไปช่วงไหนดี

ที่เที่ยวห้ามพลาด

ไฮไลต์คือจิโกกุเมกุริ หรือการเดินชมบ่อน้ำพุร้อนที่เรียกว่านรก แต่ละบ่อมีสีและลักษณะต่างกัน เช่น อูมิจิโกกุที่เป็นสีฟ้า จิโนอิเกะจิโกกุที่เป็นสีแดงขุ่น และทัตสึมากิจิโกกุที่น้ำพุร้อนพุ่งขึ้นเป็นรอบ ส่วนใหญ่รวมกันอยู่แถวคันนาวะ ส่วนจิโนอิเกะและทัตสึมากิอยู่แถวชิบาเซกิ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจึงควรเดินหรือนั่งรถต่อ เป็นแหล่งที่ได้ถ่ายรูปและเข้าใจเหตุที่เมืองนี้มีชื่อเสียง

อีกจุดคือทาเคกาวาระออนเซ็น อาคารไม้เก่าแก่ใจกลางเมืองซึ่งมีห้องแช่น้ำร้อนและบ่อทรายร้อนให้ฝังตัว บ่อทรายริมชายหาดแถวฮามาวากิก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วนเขาซึรุมิมีกระเช้าลอยฟ้าพาขึ้นไปชมทิวทัศน์เมืองและอ่าวในวันที่ฟ้าเปิด

ที่เที่ยวรองและ Hidden gems

ถ้าไม่ได้ต้องการแค่จิโกกุ ให้ลองย่านมิโยบันที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีออนเซ็นที่ผลิตผงแร่ยุโนะฮานะ บรรยากาศชนบทเงียบกว่า หรือเดินเล่นย่านเก่ารอบทาเคกาวาระที่มีตรอกเล็กๆ ส่วนผู้ที่ชอบธรรมชาติสามารถนั่งรถไปอุมิทามาโงะ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำระหว่าง Beppu กับเมืองโออิตะ หรือสวนลิงทาคาซากิยามะที่ใกล้เคียง เหมาะกับครอบครัว

ย่านที่ควรรู้

  • รอบสถานี Beppu: ศูนย์กลางการคมนาคมและร้านอาหาร เหมาะเป็นฐานที่ไม่ต้องใช้รถมาก
  • คิตะฮามะ: แนวอ่าวและใกล้ทาเคกาวาระ เดินเล่นได้สบาย
  • คันนาวะ: ศูนย์กลางจิโกกุและร้านนึ่งอาหาร บรรยากาศเมืองออนเซ็นที่สุด
  • มิโยบันและคังไคจิ: ย่านเนินเขา เงียบกว่า เหมาะกับรีสอร์ตออนเซ็น
เที่ยวBeppu: เมืองออนเซ็นแห่งโออิตะ ควรอยู่กี่วัน ไปช่วงไหนดี

ของกินและของฝาก

เมนูเด่นคืออาหารนึ่งด้วยไอน้ำพุร้อน ไก่ทอดโทริเท็น ซุปดังโงะจิรุ และอาหารทะเลจากอ่าว ของฝากที่มีชื่อได้แก่งานจักสานไม้ไผ่และผงแร่ยุโนะฮานะ รายละเอียดอยู่ในบทความเรื่องของกินและช้อปปิ้งของ Beppu โดยเฉพาะ

งบประมาณตัวอย่าง

ค่าใช้จ่ายขึ้นกับว่าเลือกพักในโรงแรมธุรกิจใกล้สถานีหรือเรียวกังที่รวมมื้ออาหาร ซึ่งมักเป็นก้อนใหญ่ที่สุดของทริป ค่าเข้าจิโกกุแยกเป็นรายบ่อหรือแบบตั๋วรวม ค่ารถบัสท้องถิ่นไม่สูงแต่สะสมได้เมื่อเดินทางหลายรอบ และค่าอาหารเปลี่ยนตามประเภทร้าน ไม่ระบุตัวเลขเพราะค่าธรรมเนียมและราคาเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับแหล่งทางการในช่วงที่วางแผน

ตัวอย่างแพลนสั้น

  1. เช้า: ถึงสถานี Beppu วางกระเป๋า แล้วนั่งรถบัสไปคันนาวะ ชมจิโกกุที่อยู่ใกล้กัน
  2. กลางวัน: กินอาหารนึ่งแบบจิโกกุมูชิ แล้วไปชิบาเซกิชมจิโนอิเกะและทัตสึมากิ
  3. เย็น: เข้าที่พักออนเซ็นหรือแวะทาเคกาวาระ กินมื้อค่ำในเมือง
  4. วันถัดไป: ขึ้นเขาซึรุมิหรือเดินย่านเก่า แล้วต่อรถไปปลายทางถัดไป

ข้อควรรู้และ FAQ

ควรเผื่อเวลาจากสถานีไปคันนาวะและชิบาเซกิ เพราะรถบัสไม่ได้วิ่งถี่เท่ารถไฟในเมืองใหญ่ ผู้ที่มีรอยสักควรตรวจนโยบายของแต่ละออนเซ็นก่อนไป เพราะแต่ละแห่งต่างกัน และหลายแห่งมีห้องอาบส่วนตัวที่ใช้ได้ ฤดูท่องเที่ยวสูงและช่วงวันหยุดยาวควรจองที่พักล่วงหน้า

เมืองนี้ใช้รถบัสท้องถิ่นเป็นหลัก การมีอินเทอร์เน็ตเปิดแผนที่และเช็กรอบรถช่วยลดความสับสนได้ eSIM เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ติดตั้งก่อนบินได้

ค่าเข้าชม เวลาเปิดปิด วันหยุด ตารางรถบัสและรถไฟเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับเว็บไซต์ของสถานที่ ผู้ให้บริการรถบัสและรถไฟ และข้อมูลภาพรวมที่ japan.travel ของ Japan National Tourism Organization ก่อนเดินทาง

คำถามที่พบบ่อย

Beppu เที่ยวกี่วันดี+

2 วัน 1 คืนเหมาะสุดสำหรับผู้เที่ยวทั่วไป ถ้าจะเพิ่มยูฟุอินควรเป็น 3 วัน

Beppu มีหิมะไหม+

ตัวเมืองไม่ค่อยมีหิมะ ส่วนภูเขาสูงบางวันอาจมี ควรดูพยากรณ์ล่วงหน้า

ไปเที่ยวเองได้ไหมถ้าไม่พูดญี่ปุ่น+

ได้ ป้ายสถานที่หลักมักมีภาษาอังกฤษ แต่การมีแอปแปลและแผนที่ช่วยในร้านเล็กๆ และรถบัสท้องถิ่น

ไปช่วงไหนไม่ควรไป+

กลางฤดูร้อนที่ร้อนชื้นและช่วงพายุไต้ฝุ่นอาจไม่สบายนัก ส่วนช่วงวันหยุดยาวเมืองคนเยอะ

ที่เที่ยวฟรีใน Beppu มีไหม+

การเดินชมไอน้ำตามย่านเมืองเก่า คิตะฮามะ และบริเวณเมืองมีให้ฟรี แต่การเข้าชมจิโกกุและออนเซ็นส่วนใหญ่มีค่าเข้า ตรวจจากเว็บไซต์ของแต่ละแห่ง

แชร์หน้านี้

Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง