เที่ยวBeppu: เมืองออนเซ็นแห่งโออิตะ ควรอยู่กี่วัน ไปช่วงไหนดี
Beppu เป็นเมืองออนเซ็นที่มีน้ำพุร้อนพุ่งสูงสุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนช้าๆ มากกว่าไล่เช็กอินสถานที่ คู่มือนี้อธิบายที่เที่ยว ฤดูกาล และการเดินทางในพื้นที่

สรุปสั้น
- เหมาะกับคนที่ชอบออนเซ็นและบรรยากาศเมืองเก่า อยู่ 2 วัน 1 คืนก็เห็นไฮไลต์ ถ้ารวมยูฟุอินควรเผื่อ 3 วัน
- ช่วงที่เที่ยวสบายคือฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูร้อนอากาศชื้นร้อน และหน้าหนาวเหมาะกับการแช่น้ำพุร้อน
- ที่เที่ยวหลักคือจิโกกุเมกุริ ทาเคกาวาระออนเซ็น บ่อทรายร้อน และกระเช้าขึ้นภูเขาซึรุมิ
Beppu อยู่ฝั่งตะวันออกของจังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู หันหน้าออกอ่าวเบปปุ ขนาบด้วยภูเขาด้านหลัง ภาพของเมืองคือไอน้ำที่ลอยขึ้นจากปล่องและท่อทั่วเมือง เป็นเมืองที่มีแหล่งน้ำพุร้อนจำนวนมากและหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ผู้ที่ไปเที่ยวที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ได้มาไล่ตามตึกสูงหรือห้างใหญ่ แต่มาเพื่อแช่น้ำ เดินดูบ่อน้ำร้อนสีแปลก และกินอาหารท้องถิ่น จึงเหมาะกับทริปที่ไม่เร่ง

เหมาะกับใครและควรเที่ยวกี่วัน
Beppu เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และผู้สูงอายุที่ชอบพักผ่อนแบบออนเซ็น รวมถึงนักเดินทางที่ไล่เที่ยวเกาะคิวชูและต้องการหยุดพักสักคืน ถ้าเที่ยวแบบเร็วที่สุด ใช้เวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวันก็ดูจิโกกุได้ แต่การนอนค้างหนึ่งคืนในโรงแรมที่มีออนเซ็นจะทำให้ได้ประโยชน์จากเมืองนี้มากกว่ามาก ส่วนคนที่ต้องการกิจกรรมกลางคืนหรือช้อปปิ้งขนาดใหญ่ อาจรู้สึกว่าเมืองเงียบเกินไป
ไปเดือนไหนดีที่สุด และสภาพอากาศ
- ฤดูใบไม้ผลิ: อากาศอุ่นสบาย มีซากุระตามสวนและริมแม่น้ำในเมือง ช่วงบานจริงเปลี่ยนไปทุกปี ให้ดูพยากรณ์ก่อนเดินทาง
- ฤดูร้อน: ร้อนและชื้น มีฝนฤดูร้อนและพายุไต้ฝุ่นได้ จึงควรเผื่อแผนสำรองในร่ม การแช่ออนเซ็นก็อาจรู้สึกร้อนเกินไปในช่วงกลางวัน
- ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี: ภูเขารอบเมืองและบริเวณซึรุมิมีสีแดงเหลือง มักอยู่ช่วงปลายปี อากาศเย็นสบาย เป็นหนึ่งในช่วงที่ดีที่สุด
- ฤดูหนาว: หนาวแต่เหมาะกับการแช่น้ำร้อน หิมะในเมืองไม่ใช่เรื่องปกติ แต่บนภูเขาสูงอาจมีหิมะหรือน้ำค้างแข็งบางวัน
วิธีเดินทางและการเดินทางในพื้นที่
รถไฟสาย JR นิปโปไปถึงสถานี Beppu ได้โดยตรง และมีรถด่วนลิมิเต็ดเอ็กซ์เพรสจากฟุกุโอกะเมื่อรวมทั้งสถานีอื่นในคิวชูเหนือ ส่วนสนามบินโออิตะอยู่บนคาบสมุทรคุนิซากิ ต้องต่อรถบัสเข้าเมือง รายละเอียดเส้นทางเปรียบเทียบอยู่ในบทความวิธีเดินทางไป Beppu โดยเฉพาะ ภายในเมืองมีรถบัสท้องถิ่นไปคันนาวะ ชิบาเซกิ และเขาซึรุมิ แท็กซี่ใช้ได้เมื่อไปเป็นกลุ่ม ส่วนย่านใจกลางเมืองรอบสถานีเดินเท้าได้ในระยะสั้น

ที่เที่ยวห้ามพลาด
ไฮไลต์คือจิโกกุเมกุริ หรือการเดินชมบ่อน้ำพุร้อนที่เรียกว่านรก แต่ละบ่อมีสีและลักษณะต่างกัน เช่น อูมิจิโกกุที่เป็นสีฟ้า จิโนอิเกะจิโกกุที่เป็นสีแดงขุ่น และทัตสึมากิจิโกกุที่น้ำพุร้อนพุ่งขึ้นเป็นรอบ ส่วนใหญ่รวมกันอยู่แถวคันนาวะ ส่วนจิโนอิเกะและทัตสึมากิอยู่แถวชิบาเซกิ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจึงควรเดินหรือนั่งรถต่อ เป็นแหล่งที่ได้ถ่ายรูปและเข้าใจเหตุที่เมืองนี้มีชื่อเสียง
อีกจุดคือทาเคกาวาระออนเซ็น อาคารไม้เก่าแก่ใจกลางเมืองซึ่งมีห้องแช่น้ำร้อนและบ่อทรายร้อนให้ฝังตัว บ่อทรายริมชายหาดแถวฮามาวากิก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วนเขาซึรุมิมีกระเช้าลอยฟ้าพาขึ้นไปชมทิวทัศน์เมืองและอ่าวในวันที่ฟ้าเปิด
ที่เที่ยวรองและ Hidden gems
ถ้าไม่ได้ต้องการแค่จิโกกุ ให้ลองย่านมิโยบันที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีออนเซ็นที่ผลิตผงแร่ยุโนะฮานะ บรรยากาศชนบทเงียบกว่า หรือเดินเล่นย่านเก่ารอบทาเคกาวาระที่มีตรอกเล็กๆ ส่วนผู้ที่ชอบธรรมชาติสามารถนั่งรถไปอุมิทามาโงะ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำระหว่าง Beppu กับเมืองโออิตะ หรือสวนลิงทาคาซากิยามะที่ใกล้เคียง เหมาะกับครอบครัว
ย่านที่ควรรู้
- รอบสถานี Beppu: ศูนย์กลางการคมนาคมและร้านอาหาร เหมาะเป็นฐานที่ไม่ต้องใช้รถมาก
- คิตะฮามะ: แนวอ่าวและใกล้ทาเคกาวาระ เดินเล่นได้สบาย
- คันนาวะ: ศูนย์กลางจิโกกุและร้านนึ่งอาหาร บรรยากาศเมืองออนเซ็นที่สุด
- มิโยบันและคังไคจิ: ย่านเนินเขา เงียบกว่า เหมาะกับรีสอร์ตออนเซ็น

ของกินและของฝาก
เมนูเด่นคืออาหารนึ่งด้วยไอน้ำพุร้อน ไก่ทอดโทริเท็น ซุปดังโงะจิรุ และอาหารทะเลจากอ่าว ของฝากที่มีชื่อได้แก่งานจักสานไม้ไผ่และผงแร่ยุโนะฮานะ รายละเอียดอยู่ในบทความเรื่องของกินและช้อปปิ้งของ Beppu โดยเฉพาะ
งบประมาณตัวอย่าง
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับว่าเลือกพักในโรงแรมธุรกิจใกล้สถานีหรือเรียวกังที่รวมมื้ออาหาร ซึ่งมักเป็นก้อนใหญ่ที่สุดของทริป ค่าเข้าจิโกกุแยกเป็นรายบ่อหรือแบบตั๋วรวม ค่ารถบัสท้องถิ่นไม่สูงแต่สะสมได้เมื่อเดินทางหลายรอบ และค่าอาหารเปลี่ยนตามประเภทร้าน ไม่ระบุตัวเลขเพราะค่าธรรมเนียมและราคาเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับแหล่งทางการในช่วงที่วางแผน
ตัวอย่างแพลนสั้น
- เช้า: ถึงสถานี Beppu วางกระเป๋า แล้วนั่งรถบัสไปคันนาวะ ชมจิโกกุที่อยู่ใกล้กัน
- กลางวัน: กินอาหารนึ่งแบบจิโกกุมูชิ แล้วไปชิบาเซกิชมจิโนอิเกะและทัตสึมากิ
- เย็น: เข้าที่พักออนเซ็นหรือแวะทาเคกาวาระ กินมื้อค่ำในเมือง
- วันถัดไป: ขึ้นเขาซึรุมิหรือเดินย่านเก่า แล้วต่อรถไปปลายทางถัดไป
ข้อควรรู้และ FAQ
ควรเผื่อเวลาจากสถานีไปคันนาวะและชิบาเซกิ เพราะรถบัสไม่ได้วิ่งถี่เท่ารถไฟในเมืองใหญ่ ผู้ที่มีรอยสักควรตรวจนโยบายของแต่ละออนเซ็นก่อนไป เพราะแต่ละแห่งต่างกัน และหลายแห่งมีห้องอาบส่วนตัวที่ใช้ได้ ฤดูท่องเที่ยวสูงและช่วงวันหยุดยาวควรจองที่พักล่วงหน้า
เมืองนี้ใช้รถบัสท้องถิ่นเป็นหลัก การมีอินเทอร์เน็ตเปิดแผนที่และเช็กรอบรถช่วยลดความสับสนได้ eSIM เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ติดตั้งก่อนบินได้
คำถามที่พบบ่อย
Beppu เที่ยวกี่วันดี+
2 วัน 1 คืนเหมาะสุดสำหรับผู้เที่ยวทั่วไป ถ้าจะเพิ่มยูฟุอินควรเป็น 3 วัน
Beppu มีหิมะไหม+
ตัวเมืองไม่ค่อยมีหิมะ ส่วนภูเขาสูงบางวันอาจมี ควรดูพยากรณ์ล่วงหน้า
ไปเที่ยวเองได้ไหมถ้าไม่พูดญี่ปุ่น+
ได้ ป้ายสถานที่หลักมักมีภาษาอังกฤษ แต่การมีแอปแปลและแผนที่ช่วยในร้านเล็กๆ และรถบัสท้องถิ่น
ไปช่วงไหนไม่ควรไป+
กลางฤดูร้อนที่ร้อนชื้นและช่วงพายุไต้ฝุ่นอาจไม่สบายนัก ส่วนช่วงวันหยุดยาวเมืองคนเยอะ
ที่เที่ยวฟรีใน Beppu มีไหม+
การเดินชมไอน้ำตามย่านเมืองเก่า คิตะฮามะ และบริเวณเมืองมีให้ฟรี แต่การเข้าชมจิโกกุและออนเซ็นส่วนใหญ่มีค่าเข้า ตรวจจากเว็บไซต์ของแต่ละแห่ง
Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน