เที่ยวฮาโกดาเตะ คู่มือที่เที่ยว ย่านสำคัญ วิธีไป และช่วงเวลาที่เหมาะ
ฮาโกดาเตะเป็นเมืองท่าทางใต้ของฮอกไกโดที่มีทั้งวิวกลางคืนชื่อดัง ป้อมรูปดาว และตลาดอาหารทะเล คู่มือนี้บอกว่าเมืองนี้เหมาะกับใครและควรใช้เวลากี่วัน

สรุปสั้น
- ฮาโกดาเตะเหมาะกับคนที่ชอบเมืองท่า วิวกลางคืน และอาหารทะเล ส่วนใหญ่ใช้เวลา 2 วัน 1 คืนก็พอสำหรับไฮไลต์
- ช่วงปลายเมษายนถึงพฤษภาคมมีซากุระที่ป้อมโกเรียวคาคุ ฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย ฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสี และหน้าหนาวมีหิมะ
- เมืองนี้ไปจากโตเกียวได้ด้วยชินคันเซ็นไปชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะแล้วต่อรถไฟสายท้องถิ่น หรือบินตรงไปสนามบินฮาโกดาเตะ ตารางต้องตรวจจากผู้ให้บริการ
ฮาโกดาเตะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเล็ก ๆ ทางใต้ของฮอกไกโด มีภูเขาฮาโกดาเตะอยู่ด้านหนึ่งและอ่าวอยู่อีกด้าน ทำให้รูปร่างเมืองคล้ายคอขวดที่มีน้ำทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นที่มาของวิวกลางคืนชื่อดัง เมืองนี้เคยเป็นหนึ่งในเมืองท่าแรกที่เปิดต่อต่างชาติ จึงมีโบสถ์และอาคารสไตล์ตะวันตกอยู่ในย่านโมโตมาจิ บทความนี้เป็นภาพรวมของเมือง เพื่อให้ตัดสินใจได้ว่าควรเที่ยวกี่วัน

เหมาะกับใครและควรเที่ยวกี่วัน
ฮาโกดาเตะเหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และคนที่ชอบเมืองขนาดกะทัดรัดที่เดินและนั่งรถรางเที่ยวได้ สองวันหนึ่งคืนพอสำหรับภูเขาฮาโกดาเตะตอนค่ำ ตลาดเช้า โมโตมาจิ และป้อมโกเรียวคาคุ ถ้ามีเวลาสามวันขึ้นไป ให้เพิ่มออนเซ็นยูโนะคาวะและเที่ยวชานเมืองหรือต่อไปยังเมืองอื่นในฮอกไกโด ส่วนคนที่ไม่ชอบเมืองที่เงียบหรือต้องการชีวิตกลางคืนคึกคักอาจรู้สึกว่าเมืองนี้เล็กเกินไป
ไปเดือนไหนดีที่สุด และสภาพอากาศ
| ช่วง | บรรยากาศ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ปลายเมษายน–พฤษภาคม | ซากุระบานที่ป้อมโกเรียวคาคุ ช่วงบานจริงเปลี่ยนไปในแต่ละปี | อากาศยังเย็น และเป็นช่วงที่คนเที่ยวมาก |
| มิถุนายน–สิงหาคม | อากาศเย็นกว่าตอนกลาง ๆ ของญี่ปุ่นและมีเทศกาลฤดูร้อน วันที่จัดงานเปลี่ยนไปในแต่ละปี | ที่พักและตั๋วเดินทางอาจเต็มเร็ว |
| ตุลาคม–พฤศจิกายน | ใบไม้เปลี่ยนสีและอากาศกำลังเย็นลง | วันสั้นลง ควรวางแผนให้ถึงภูเขาก่อนฟ้ามืด |
| ธันวาคม–มีนาคม | หิมะและฉากเมืองท่าในฤดูหนาว ไฟประดับตามเทศกาล | พื้นลื่น เที่ยวบินและรถไฟอาจล่าช้าเมื่อหิมะหนัก |
วิธีเดินทางและการเดินทางในพื้นที่
จากโตเกียวมีสองทางหลัก คือนั่งชินคันเซ็นสาย Hokkaido ไปสถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ ซึ่งใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมง แล้วต่อรถไฟสายท้องถิ่นเข้าสถานีฮาโกดาเตะอีกราวครึ่งชั่วโมง หรือบินตรงไปสนามบินฮาโกดาเตะ ซึ่งอยู่ใกล้เมือง จากซัปโปโรต้องต่อรถไฟสายหลักที่ใช้เวลานานกว่า หรือใช้รถบัสทางไกล ภายในเมืองใช้รถรางสายท้องถิ่นเป็นหลัก จึงเหมาะกับการเที่ยวโดยไม่ขับรถ ตั๋วรถรางแบบวันเดียวมีให้เลือก ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนซื้อ

ที่เที่ยวห้ามพลาด
- ภูเขาฮาโกดาเตะ: วิวกลางคืนที่มองเห็นเมืองแคบตรงกลางระหว่างทะเลสองฝั่ง ขึ้นได้ทั้งกระเช้าและรถบัส เวลาที่ควรไปคือช่วงพระอาทิตย์ตก
- ป้อมโกเรียวคาคุ: ป้อมรูปดาวห้าแฉก มีหอคอยให้ขึ้นชมวิวและสวนที่ซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ
- ย่านโมโตมาจิและโบสถ์: เนินลาดลงสู่ท่าเรือพร้อมโบสถ์และอาคารยุคเมจิ
- โกดังอิฐแดงริมอ่าว: ย่านช้อปปิ้งและร้านอาหารในโกดังเก่า
ที่เที่ยวรอง และมุมที่คนน้อยกว่า
ถ้าอยากพ้นจากเส้นทางหลัก ให้ดูโบสถ์และสถานที่ชมวิวบนเนินแถวโมโตมาจิในช่วงเช้า ซึ่งคนยังน้อย อีกที่หนึ่งคือยูโนะคาวะออนเซ็น ย่านออนเซ็นใกล้สนามบินที่เหมาะกับการแช่ตัวหลังวันเดินเที่ยว นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองท่า เช่น พิพิธภัณฑ์ในอาคารเก่า ที่ให้ภาพรวมของยุคที่เมืองเปิดต่อต่างชาติ สถานที่เหล่านี้เปลี่ยนเวลาเปิดบ่อย ให้ตรวจก่อนไป
ย่านที่ควรรู้
ย่านสถานีฮาโกดาเตะมีตลาดเช้า ร้านอาหาร และจุดรับรถรางหลัก เป็นฐานที่สะดวกที่สุดสำหรับคนที่มาด้วยรถไฟ ย่านริมอ่าวและโกดังอิฐแดงอยู่ถัดไปไม่ไกล เดินจากสถานีได้ ส่วนโมโตมาจิอยู่ที่ตีนภูเขาฮาโกดาเตะ ต้องนั่งรถรางต่อหรือเดินขึ้นเนิน ป้อมโกเรียวคาคุอยู่ห่างจากสถานีเข้าไปทางตอนเหนือของเมือง ต้องใช้รถรางหรือรถบัสและเผื่อเวลาเดินจากป้ายรถ

ของกินและของฝาก
ของกินขึ้นชื่อได้แก่ปลาหมึกสด ข้าวหน้าอาหารทะเล และราเมงเกลือ ซึ่งแนะนำให้กินในตลาดเช้าหรือร้านใกล้สถานี ส่วนของฝากหลัก ๆ คือขนมจากนมและชีส ผลิตภัณฑ์ปลาหมึกและสาหร่าย และสินค้าท้องถิ่นที่ขายตามย่านริมอ่าว รายละเอียดเรื่องย่านกินและร้านประเภทต่าง ๆ อยู่ในคู่มืออาหารและช้อปปิ้งแยกต่างหาก เพื่อให้บทความนี้โฟกัสที่การวางแผนเที่ยว
งบประมาณตัวอย่างและแพลนสั้น
ค่าใช้จ่ายหลักได้แก่ค่าเดินทางมาฮาโกดาเตะ ที่พัก อาหาร และค่าขึ้นภูเขาหรือหอคอย ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนตามฤดูกาลและผู้ให้บริการ จึงควรประเมินจากวันเดินทางและวิธีมาจริง แผนสั้นสองวันที่ใช้ได้จริงคือ วันแรกมาถึงช่วงบ่าย เดินริมอ่าว โมโตมาจิ แล้วขึ้นภูเขาฮาโกดาเตะตอนพระอาทิตย์ตก วันที่สองเริ่มจากตลาดเช้า ต่อด้วยป้อมโกเรียวคาคุ แล้วเดินทางต่อหรือกลับตามเที่ยวบินหรือรถไฟ
ภูเขาฮาโกดาเตะตอนค่ำ รถรางที่ต้องเปลี่ยนสาย และตลาดเช้าที่ต้องดูเวลาปิด ล้วนได้ประโยชน์จากการมีอินเทอร์เน็ต eSIM สำหรับญี่ปุ่นที่ตั้งค่าไว้ก่อนเดินทางช่วยให้เปิดแผนที่ ดูตารางรถราง และตรวจเวลาปิดได้ทันที
ข้อควรรู้และ FAQ
คำถามที่พบบ่อย
เที่ยวฮาโกดาเตะกี่วันดี+
สองวันหนึ่งคืนพอสำหรับไฮไลต์ ถ้ามีสามวันขึ้นไปให้เพิ่มออนเซ็นยูโนะคาวะและเที่ยวชานเมือง
ภูเขาฮาโกดาเตะควรขึ้นตอนไหน+
ช่วงพระอาทิตย์ตกเพราะได้เห็นทั้งแสงสุดท้ายและไฟเมือง ให้ตรวจเวลาพระอาทิตย์ตกและสถานะกระเช้าก่อนไป โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง
ฮาโกดาเตะซากุระบานเมื่อไหร่+
ปกติอยู่ในช่วงปลายเมษายนถึงพฤษภาคมที่ป้อมโกเรียวคาคุ แต่เวลาบานจริงเปลี่ยนไปในแต่ละปี ควรดูพยากรณ์การบานล่วงหน้า
ฮาโกดาเตะเที่ยววันฝนตกได้ที่ไหน+
เลือกในร่ม เช่น ตลาดเช้า โกดังอิฐแดง คาเฟ่ในโมโตมาจิ และพิพิธภัณฑ์ ส่วนภูเขาฮาโกดาเตะควรเลื่อนไปวันที่ฟ้าเปิด
ไปฮาโกดาเตะจากโตเกียวยังไง+
ใช้ชินคันเซ็นไปชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะแล้วต่อรถไฟท้องถิ่น หรือบินตรงไปสนามบินฮาโกดาเตะ ตรวจตารางและเงื่อนไขจากผู้ให้บริการ
ฮาโกดาเตะหน้าหนาวเป็นอย่างไร+
มีหิมะและฉากเมืองท่าที่สวย แต่พื้นลื่นและการเดินทางอาจล่าช้า ควรใส่รองเท้ากันลื่นและเผื่อเวลาเดินทางเพิ่มขึ้น
Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน