ติดตั้ง eSIM ก่อนบิน ใช้งานได้ทันทีที่เครื่องลง — รองรับกว่า 210 ปลายทาง
eSIMonline

Nothing กับ eSIM

ตามหน้าช่วยเหลือของ Nothing เอง รุ่นที่มี eSIM ทุกตลาดคือ Nothing Phone (3) ส่วนตระกูล (3a) มี eSIM เฉพาะเครื่องที่ขายในญี่ปุ่น และรุ่น (1), (2), (2a) ไม่มี eSIM ควรเช็กรุ่นก่อนซื้อแพ็กเกจ

ผู้เขียน: พอร์ช กุนต์นิพัทธ์ ศิระมานะกุล · ผู้ร่วมก่อตั้งผู้ตรวจทาน: บ๊อบ กนกพล ทองดี
Nothing eSIM 1
Nothing eSIM 2
รุ่นรองรับ eSIMปีหมายเหตุ
Nothing Phone (3)รองรับ2025—
Nothing Phone (3a) Proรองรับ2025มี eSIM เฉพาะเครื่องที่ขายในญี่ปุ่น
Nothing Phone (3a)รองรับ2025มี eSIM เฉพาะเครื่องที่ขายในญี่ปุ่น
Nothing Phone (2a) Plusไม่รองรับ2024Nothing ยืนยันว่ารุ่นนี้ไม่รองรับ eSIM
Nothing Phone (2a)ไม่รองรับ2024Nothing ยืนยันว่ารุ่นนี้ไม่รองรับ eSIM
Nothing Phone (2)ไม่รองรับ2023Nothing ยืนยันว่ารุ่นนี้ไม่รองรับ eSIM
Nothing Phone (1)ไม่รองรับ2022Nothing ยืนยันว่ารุ่นนี้ไม่รองรับ eSIM

วิธีเช็กบนเครื่อง

  1. เปิด การตั้งค่า แล้วไปที่ เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต แล้ว ซิม
  2. แตะเครื่องหมายบวกข้างคำว่า ซิม แล้วเลือก ดาวน์โหลดซิมแทน

ข้อควรรู้

  • รุ่นที่ขายในอินเดียบางล็อตสเปกซิมไม่ตรงกับรุ่นยุโรป ให้ตรวจเมนูซิมของเครื่องก่อน
  • CMF เป็นแบรนด์ลูกของ Nothing ที่เน้นราคาประหยัด รุ่นในกลุ่มนี้ไม่ได้ยึดสเปกเดียวกับ Nothing Phone เราจึงยังไม่ลงตารางจนกว่าจะยืนยันได้ทีละรุ่น
ข้อมูลความเข้ากันได้รวบรวมจากข้อมูลจำเพาะของผู้ผลิตและเอกสารสาธารณะของผู้ให้บริการ เราไม่ได้ทดสอบเครื่องทุกรุ่นด้วยตัวเอง และรุ่นเดียวกันอาจต่างกันตามประเทศที่จำหน่าย ให้ตรวจเมนูตั้งค่าของเครื่องคุณก่อนซื้อแพ็กเกจเสมอ

Nothing บอกอะไรเรื่อง eSIM ในหน้าซัพพอร์ตของตัวเอง

ศูนย์ช่วยเหลือของ Nothing มีคำถาม Does the Phone support eSIM? แยกตามรุ่น และคำตอบไม่ตรงกับตารางบนหน้านี้ในหลายรุ่น ตามที่เราตรวจวันนี้ Nothing ตอบว่า Phone (3) รองรับ eSIM ส่วน Phone (1), Phone (2), Phone (2a) และ Phone (2a) Plus ไม่รองรับ และ Phone (3a), Phone (3a) Pro รองรับเฉพาะเครื่องที่ขายในญี่ปุ่น เราแจ้งให้แก้ตารางแล้ว ระหว่างนี้ให้ยึดคำตอบของ Nothing และเมนูบนเครื่องคุณ

รุ่นคำตอบของ Nothing
Phone (3)รองรับ eSIM
Phone (3a) / (3a) Proเฉพาะรุ่นที่ขายในญี่ปุ่น
Phone (2a) / (2a) Plusไม่รองรับ
Phone (2)ไม่รองรับ
Phone (1)ไม่รองรับ
ถ้าคุณใช้ Phone (3a) ที่ซื้อในไทยหรือประเทศอื่นนอกญี่ปุ่น ตามคำตอบของ Nothing เครื่องนั้นไม่มี eSIM ให้ใช้ซิมการ์ดท่องเที่ยวแทน

เมนู eSIM บน Nothing OS

เราไม่พบหน้าคู่มือของ Nothing ที่บอกเส้นทางเมนู eSIM ทีละขั้นที่ตรวจได้ Nothing OS ใช้โครงเมนูใกล้ Android ต้นฉบับ เส้นทางที่ควรลองคือ การตั้งค่า → Network & internet → SIMs แล้วแตะเครื่องหมายบวกหรือ Add SIM จากนั้นเลือกดาวน์โหลด eSIM ถ้าไม่เห็น ให้ค้นคำว่า eSIM ในการตั้งค่า

เช็กเครื่อง Nothing ของคุณเองก่อนซื้อแพ็กเกจ

  1. เปิดแอปโทรศัพท์แล้วกด *#06# ถ้าหน้าจอแสดงหมายเลข EID (ตัวเลข 32 หลัก) แปลว่าเครื่องมีชิป eSIM ถ้ามีแค่ IMEI อย่างเดียว ให้ถือว่ายังไม่ยืนยันและเช็กขั้นต่อไป เพราะบางเครื่องไม่แสดง EID ในหน้านี้
  2. เปิด การตั้งค่า → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต → SIMs ถ้ามีปุ่มเพิ่มหรือดาวน์โหลด eSIM แปลว่าซอฟต์แวร์ของตลาดที่เครื่องคุณขายเปิดใช้ฟังก์ชันนี้แล้ว
  3. ดูรหัสรุ่นที่ การตั้งค่า → เกี่ยวกับโทรศัพท์ แล้วเทียบกับหน้าสเปกของผู้ผลิตในประเทศที่ซื้อ รหัสรุ่นบอกได้แม่นกว่าชื่อการตลาด เพราะรุ่นชื่อเดียวกันอาจมีหลายรหัสตามตลาด
  4. ถ้าเป็นเครื่องมือสองหรือหิ้วจากต่างประเทศ ให้ถามผู้ขายว่าเครื่องติดล็อกเครือข่ายหรือไม่ เครื่องที่ล็อกกับผู้ให้บริการต่างประเทศมักติดตั้งโปรไฟล์ของเครือข่ายอื่นไม่ได้แม้จะมี EID

ติดตั้ง eSIM บน Nothing ทีละขั้น

  1. 1ติดตั้งที่ไทยก่อนเดินทางต่อ Wi-Fi ที่เสถียร แล้วติดตั้ง eSIM ขณะยังอยู่บ้าน ถ้าสแกนแล้วติดปัญหาจะยังมีเวลาติดต่อร้าน ดีกว่ามาแก้ที่สนามบินปลายทางโดยไม่มีเน็ต
  2. 2เปิดเมนูเพิ่ม eSIMบน Nothing ไปที่ การตั้งค่า → Network & internet → SIMs → + หรือ Add SIM → ดาวน์โหลด eSIM แล้วเลือกสแกนคิวอาร์โค้ด ถ้าคิวอาร์อยู่บนเครื่องเดียวกันสแกนไม่ได้ ให้เลือกกรอกรหัสเปิดใช้งานด้วยตนเอง (SM-DP+ address และ activation code จากอีเมล)
  3. 3ตั้งชื่อสายให้แยกออกตั้งชื่อสายใหม่ เช่น Travel หรือชื่อประเทศ เพื่อไม่ให้สับสนกับซิมไทยตอนเลือกสายเน็ต
  4. 4ปิดไว้จนถึงปลายทางถ้าแพ็กเกจเริ่มนับวันเมื่อเชื่อมต่อเครือข่ายครั้งแรก ให้ปิดสาย eSIM ไว้ก่อน แล้วค่อยเปิดเมื่อถึงประเทศปลายทาง
  5. 5เปิดโรมมิ่งข้อมูลบนสาย eSIMeSIM ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้งานแบบโรมมิ่งบนเครือข่ายท้องถิ่น ถ้าเปิดสายแล้วขึ้นสัญญาณแต่ไม่มีเน็ต ให้เปิด Data roaming ในหน้าการตั้งค่าของสาย eSIM นั้น

สลับสายเน็ตระหว่างเดินทาง

บน Nothing ที่ใช้สองซิม การโทรและ SMS กับเน็ตมือถือเลือกสายแยกกันได้ ค่าที่ต้องเปลี่ยนคือสายที่ใช้เน็ตมือถือ ซึ่งอยู่ที่ การตั้งค่า → Network & internet → SIMs → Mobile data

  • ตั้งสายเน็ตเป็น eSIM ท่องเที่ยว และให้ซิมไทยเป็นสายโทรและ SMS เพื่อยังรับ OTP ธนาคารได้
  • ปิด Data roaming ของซิมไทย เพื่อไม่ให้เครื่องดึงเน็ตจากซิมไทยแล้วโดนค่าโรมมิ่ง
  • ถ้าเมนูมีตัวเลือกให้สลับสายเน็ตอัตโนมัติระหว่างโทร (เช่น Mobile data switching หรือชื่อใกล้เคียง) ให้ปิดไว้ระหว่างอยู่ต่างประเทศ
  • กลับถึงไทยแล้ว สลับสายเน็ตกลับเป็นซิมไทย แล้วปิดหรือลบสาย eSIM ที่หมดอายุ

ปัญหาที่พบบ่อยบน Nothing

ปัญหาสาเหตุที่พบบ่อยวิธีแก้
ไม่มีปุ่มดาวน์โหลด eSIMรุ่นที่ Nothing ระบุว่าไม่รองรับใช้ซิมการ์ดท่องเที่ยว
เครื่องญี่ปุ่นมือสองติดตั้งไม่ได้ล็อกเครือข่ายหรือมีโปรไฟล์เดิมค้างถามผู้ขายเรื่องปลดล็อกและลบโปรไฟล์เดิม
มีสัญญาณแต่ไม่มีเน็ตโรมมิ่งปิดหรือสายเน็ตผิดเปิดโรมมิ่งบน eSIM และตั้งเป็นสายเน็ต

คำถามที่พบบ่อย

Nothing Phone (2) ใช้ eSIM ได้ไหม+

ตามศูนย์ช่วยเหลือของ Nothing ไม่รองรับ ให้ใช้ซิมการ์ดท่องเที่ยว

Nothing Phone (3a) ที่ซื้อในไทยมี eSIM ไหม+

Nothing ระบุว่า Phone (3a) รองรับ eSIM เฉพาะรุ่นที่ขายในญี่ปุ่น เครื่องที่ซื้อในไทยจึงไม่ควรมี ให้ยืนยันด้วย *#06# และเมนู SIMs

Nothing รุ่นไหนที่ Nothing ยืนยันว่ารองรับ eSIM+

จากหน้าที่เราตรวจวันนี้ Phone (3) เป็นรุ่นที่ Nothing ตอบว่ารองรับโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องตลาด

CMF Phone ใช้ eSIM ได้ไหม+

ศูนย์ช่วยเหลือของ Nothing ตอบว่า CMF Phone 1 ไม่รองรับ และ CMF Phone 2 Pro รองรับเฉพาะรุ่นที่ขายในญี่ปุ่น

แหล่งอ้างอิง

ดูรายรุ่น

แบรนด์อื่น