IMEI คืออะไร
กด star hash 06 hash เพื่อดู IMEI และในเครื่องที่มี eSIM จะเห็น EID ในหน้าเดียวกัน ใช้ตรวจว่าเครื่องรองรับ eSIM หรือไม่ได้เร็วที่สุด
IMEI คือหมายเลขอะไร
IMEI คือหมายเลขประจำตัวของตัวเครื่องโทรศัพท์ เป็นเลขที่ติดมากับฮาร์ดแวร์ ไม่ใช่ของซิม ไม่ใช่ของบัญชีผู้ใช้ และไม่เปลี่ยนไปตามแพ็กเกจที่คุณซื้อ ถ้าคุณเปลี่ยนซิม เปลี่ยนผู้ให้บริการ หรือเปลี่ยนแพ็กเกจ eSIM หมายเลขนี้ยังเป็นเลขเดิม เพราะมันชี้ไปที่ตัวเครื่องเท่านั้น
สำหรับนักเดินทาง IMEI มีประโยชน์ในสองเรื่องหลัก เรื่องแรกคือเป็นทางลัดในการตรวจว่าเครื่องมีชิป eSIM อยู่จริงหรือไม่ เพราะในเครื่องที่รองรับ eSIM หมายเลข EID มักปรากฏบนหน้าจอเดียวกัน เรื่องที่สองคือใช้ระบุเครื่องเวลาติดต่อขอความช่วยเหลือหรือเวลาต้องยืนยันตัวเครื่องกับโอเปอเรเตอร์ที่ขายเครื่องนั้นมา
สิ่งที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ IMEI ไม่ได้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับเครื่องของคุณ มันไม่ได้บอกว่าแพ็กเกจไหนใช้ได้ ไม่ได้บอกว่าเครื่องติดล็อกเครือข่ายหรือไม่ และตัวมันเองก็ไม่ได้แปลว่าเครื่องรองรับ eSIM หมายเลขนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการตรวจ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

วิธีดู IMEI และ EID ในเครื่องของคุณ
วิธีที่เร็วที่สุดคือกดรหัสในหน้าโทรออก ซึ่งใช้ได้กับเครื่องส่วนใหญ่ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน ส่วนวิธีที่สองคือดูในหน้าตั้งค่า ซึ่งตำแหน่งเมนูต่างกันไปตามผู้ผลิตและเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ จึงควรใช้ช่องค้นหาในหน้าตั้งค่ามากกว่าการไล่เมนูตามคำแนะนำที่เขียนไว้ตายตัว
- 1กด *#06# ในหน้าโทรออกพิมพ์รหัสนี้ในหน้าโทรออกโดยไม่ต้องกดโทร หน้าจอจะขึ้นหมายเลขประจำเครื่องให้ทันที ในเครื่องที่มีชิป eSIM มักจะเห็นหมายเลข EID แสดงอยู่ในหน้าเดียวกันด้วย
- 2อ่านให้ครบทุกบรรทัดหน้าจอนี้อาจแสดงมากกว่าหนึ่งหมายเลข เครื่องที่รองรับสองซิมมักมี IMEI สองชุด และอาจมีหมายเลขอื่นปนอยู่ด้วย ให้ดูป้ายกำกับของแต่ละบรรทัดก่อนจะจดหรือถ่ายภาพ
- 3ถ้ารหัสไม่ทำงาน ให้ค้นในหน้าตั้งค่าเปิดหน้าตั้งค่าแล้วพิมพ์คำว่า IMEI ในช่องค้นหา เครื่องส่วนใหญ่จะพาไปยังหน้าข้อมูลเครื่องหรือหน้าเกี่ยวกับโทรศัพท์ ตำแหน่งของหน้านี้ต่างกันไปตามยี่ห้อ จึงไม่มีเส้นทางเมนูเดียวที่ใช้ได้กับทุกเครื่อง
- 4ตรวจว่ามีหมายเลข EID หรือไม่EID คือหมายเลขของชิป eSIM ในเครื่อง ถ้าคุณเห็น EID แสดงว่าตัวเครื่องมีชิป eSIM อยู่จริง ถ้าไม่เห็นเลย ให้ตรวจซ้ำในหน้าตั้งค่าอีกทางหนึ่งก่อนสรุป เพราะบางรุ่นแสดงหมายเลขนี้คนละที่กัน
- 5บันทึกไว้ในที่ที่เปิดดูได้ตอนไม่มีเน็ตถ่ายภาพหน้าจอหรือจดไว้ในโน้ตออฟไลน์ เพราะเวลาที่คุณต้องใช้หมายเลขนี้จริง มักเป็นเวลาที่เครื่องมีปัญหาการเชื่อมต่ออยู่พอดี
- 6ตรวจหมายเลขบนกล่องหรือใบเสร็จเทียบกันกล่องเครื่องและเอกสารการซื้อมักพิมพ์หมายเลขเดียวกันไว้ ถ้าคุณกำลังซื้อเครื่องมือสองก่อนเดินทาง การเทียบหมายเลขในเครื่องกับหมายเลขบนกล่องเป็นการตรวจง่าย ๆ ที่ควรทำ
แยกให้ออกระหว่างหมายเลขแต่ละชนิด
หน้าจอเดียวกันมักมีหมายเลขหลายชุด และคนมักสับสนระหว่างหมายเลขเหล่านี้เวลาต้องส่งข้อมูลให้ฝ่ายบริการ ตารางข้างล่างสรุปว่าแต่ละหมายเลขคืออะไร และใช้ตอนไหน
| หมายเลข | เป็นของอะไร | ใช้ตอนไหน |
|---|---|---|
| IMEI | ตัวเครื่องโทรศัพท์ | ตรวจตัวเครื่อง ยืนยันเครื่องกับโอเปอเรเตอร์ ระบุเครื่องเวลาขอความช่วยเหลือ |
| EID | ชิป eSIM ที่อยู่ในเครื่อง | ยืนยันว่าเครื่องมีชิป eSIM และใช้ในบางขั้นตอนของการออกโปรไฟล์ |
| ICCID | โปรไฟล์หรือซิมใบหนึ่ง | ระบุแพ็กเกจหรือโปรไฟล์ใบที่คุณกำลังพูดถึง |
| หมายเลขซีเรียลของเครื่อง | ตัวเครื่องตามระบบของผู้ผลิต | งานรับประกันและบริการหลังการขายของผู้ผลิต |
ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องส่งหมายเลขไหน ให้ถามก่อน แทนที่จะส่งทุกหมายเลขไปพร้อมกัน
ความสับสนที่พบบ่อยที่สุดคือระหว่าง IMEI กับ EID เพราะทั้งคู่ขึ้นในหน้าจอเดียวกันและเป็นตัวเลขยาวเหมือนกัน วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือ IMEI เป็นเรื่องของตัวเครื่อง ส่วน EID เป็นเรื่องของชิป eSIM ในเครื่องนั้น การส่งผิดตัวไม่ได้อันตราย แต่ทำให้การช่วยแก้ปัญหาช้าลงเพราะต้องถามกลับ
IMEI ช่วยตรวจความเข้ากันได้อย่างไร
เหตุผลที่คำแนะนำเรื่อง eSIM มักเริ่มด้วยการกด *#06# ไม่ใช่เพราะตัว IMEI บอกว่าเครื่องรองรับ eSIM แต่เพราะหน้าจอนั้นเป็นที่ที่ EID ปรากฏ ถ้าคุณเห็น EID แปลว่าเครื่องมีชิป eSIM อยู่จริง ซึ่งเป็นเงื่อนไขข้อแรกที่ต้องผ่านก่อนจะพูดถึงเรื่องอื่น
แต่การมีชิปไม่ได้แปลว่าใช้ได้แน่นอน ยังมีอีกอย่างน้อยสองเรื่องที่ต้องผ่าน เรื่องแรกคือเครื่องต้องไม่ติดล็อกเครือข่ายจากโอเปอเรเตอร์ที่ขายเครื่องมา เรื่องที่สองคือซอฟต์แวร์ของเครื่องรุ่นนั้นในตลาดที่คุณซื้อมาต้องเปิดฟังก์ชัน eSIM ไว้จริง ซึ่งบางรุ่นที่ขายต่างตลาดกันตั้งค่ามาไม่เหมือนกัน
| คำถาม | IMEI ตอบได้ไหม | ต้องตรวจจากอะไรแทน |
|---|---|---|
| เครื่องมีชิป eSIM หรือไม่ | ไม่ตรง แต่หน้าจอเดียวกันมักแสดง EID ให้ดู | ดูว่ามี EID และมีเมนูเพิ่มแพ็กเกจเซลลูลาร์ในหน้าตั้งค่าหรือไม่ |
| เครื่องติดล็อกเครือข่ายหรือเปล่า | ไม่ได้ | ถามโอเปอเรเตอร์ที่ขายเครื่องนั้นให้ยืนยัน |
| แพ็กเกจนี้ใช้กับเครื่องนี้ได้หรือไม่ | ไม่ได้ | ดูเงื่อนไขของแพ็กเกจร่วมกับรุ่นเครื่องและตลาดที่ซื้อมา |
| เครื่องรองรับคลื่นของปลายทางหรือไม่ | ไม่ได้ | ดูข้อมูลรุ่นเครื่องจากผู้ผลิตสำหรับรุ่นที่ขายในตลาดนั้น |
IMEI เป็นจุดเริ่มของการตรวจ ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความเข้ากันได้

IMEI กับการล็อกเครือข่าย
การล็อกเครือข่ายคือการที่เครื่องถูกผูกไว้กับโอเปอเรเตอร์ที่ขายเครื่องนั้น ทำให้ติดตั้งหรือใช้บริการของรายอื่นไม่ได้แม้ฮาร์ดแวร์จะรองรับ เรื่องนี้เป็นสถานะที่ผูกกับตัวเครื่อง และโอเปอเรเตอร์ที่ขายเครื่องคือฝ่ายที่รู้สถานะนั้นแน่นอนที่สุด การมี IMEI อยู่ในมือช่วยให้คุณถามเขาได้ตรงจุด แต่ตัวเลขนั้นไม่ได้บอกสถานะด้วยตัวมันเอง
ถ้าคุณซื้อเครื่องมาพร้อมสัญญาผ่อนหรือแพ็กเกจของโอเปอเรเตอร์ ให้ตรวจเรื่องนี้ก่อนเดินทางเสมอ อย่ารอไปตรวจตอนถึงปลายทาง เพราะการปลดล็อกต้องทำผ่านโอเปอเรเตอร์ที่ขายเครื่อง และอาจมีเงื่อนไขของตัวเองที่ใช้เวลา ระหว่างที่คุณยืนอยู่ต่างประเทศ นั่นคือเวลาที่คุณไม่มีเหลือ
ระวังเรื่องการเปิดเผยหมายเลข
IMEI ไม่ใช่รหัสผ่าน และการที่ใครรู้หมายเลขนี้ไม่ได้ทำให้เขาเข้าถึงบัญชีของคุณได้ทันที แต่มันก็เป็นข้อมูลที่ระบุตัวเครื่องของคุณได้ตรง ๆ จึงไม่ควรโพสต์ลงที่สาธารณะ ไม่ควรใส่ในภาพหน้าจอที่แชร์ในกลุ่มเปิด และไม่ควรส่งให้ใครก็ตามที่ทักมาหาคุณก่อนโดยอ้างว่าเป็นฝ่ายบริการ
ให้ส่งหมายเลขนี้เฉพาะกับช่องทางที่คุณเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อเอง และเฉพาะเมื่อมีเหตุผลชัดเจนว่าต้องใช้ เราไม่มีทางโทรหาคุณก่อนเพื่อขอหมายเลขเครื่อง ถ้ามีคนอ้างว่าโทรมาจากฝ่ายบริการของเราแล้วขอหมายเลขนี้ ให้ถือว่าไม่ใช่เรา ช่องทางจริงของเรามีเพียงไลน์ อีเมล และเบอร์โทร 089-942-0818 กับ 088-521-6848 ที่คุณเป็นฝ่ายโทรเข้ามาเท่านั้น
ซื้อเครื่องมือสองก่อนเดินทาง
คนจำนวนไม่น้อยซื้อเครื่องเพิ่มก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำรองหรือเครื่องหลักที่เพิ่งเปลี่ยน ในกรณีนี้ IMEI คือเครื่องมือตรวจสอบพื้นฐานที่ควรใช้ตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน เพราะเมื่อจ่ายไปแล้วและออกเดินทางไปแล้ว ทางเลือกของคุณจะเหลือน้อยลงมาก
- กด *#06# บนเครื่องจริงต่อหน้าผู้ขาย แล้วเทียบกับหมายเลขบนกล่องและใบเสร็จ
- ดูว่ามีหมายเลข EID ขึ้นมาด้วยหรือไม่ ถ้าคุณตั้งใจจะใช้ eSIM
- ถามผู้ขายตรง ๆ ว่าเครื่องเคยผูกกับโอเปอเรเตอร์รายใดหรือไม่ และยังอยู่ในสัญญาหรือเปล่า
- เปิดหน้าตั้งค่าเพื่อดูว่ามีเมนูเพิ่มแพ็กเกจเซลลูลาร์ให้ใช้จริง
- ตรวจว่าเครื่องถูกล้างข้อมูลและออกจากบัญชีเจ้าของเดิมเรียบร้อยแล้ว
- เก็บหลักฐานการซื้อไว้ พร้อมหมายเลขเครื่องที่ตรงกัน
ถ้าผู้ขายไม่ยอมให้กด *#06# ดูต่อหน้า หรือหมายเลขในเครื่องไม่ตรงกับกล่อง นั่นเป็นสัญญาณที่ควรหยุดพิจารณา ไม่ใช่เรื่องที่จะไปตามแก้ทีหลัง โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังจะพาเครื่องนั้นออกนอกประเทศ

จดหมายเลขให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก
หมายเลขประจำเครื่องเป็นตัวเลขยาว และการพิมพ์ผิดเพียงหลักเดียวก็ทำให้การตรวจสอบทั้งหมดไม่ตรง ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการอ่านเลขศูนย์เป็นตัวอักษร การสลับตำแหน่งตัวเลขที่อยู่ติดกัน และการจดจากภาพถ่ายที่เบลอจนอ่านหลักท้าย ๆ ไม่ชัด ทางที่ปลอดภัยกว่าคือถ่ายภาพหน้าจอโดยตรงแทนการพิมพ์ตาม แล้วค่อยคัดลอกจากภาพนั้นเมื่อจำเป็นจริง
ถ้าต้องส่งหมายเลขต่อให้ใคร ให้ส่งข้อความที่คัดลอกได้ ไม่ใช่ภาพเพียงอย่างเดียว เพราะปลายทางจะได้ไม่ต้องพิมพ์ตามอีกรอบ ซึ่งเป็นจุดที่ความผิดพลาดเกิดซ้ำได้ และเมื่อส่งไปแล้วให้เก็บสำเนาที่คุณส่งไว้ด้วย เผื่อต้องอ้างอิงย้อนหลังว่าหมายเลขที่คุยกันคือหมายเลขไหน
หมายเลขนี้ไม่เปลี่ยนตามแพ็กเกจที่คุณซื้อ
ผู้ใช้ eSIM หลายคนเข้าใจว่าเมื่อเปลี่ยนแพ็กเกจแล้วหมายเลขประจำเครื่องจะเปลี่ยนตาม ซึ่งไม่ใช่ IMEI ผูกกับตัวเครื่อง ส่วนแพ็กเกจแต่ละใบผูกกับโปรไฟล์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องนั้น คุณจึงอาจมีโปรไฟล์จากหลายทริปอยู่ในเครื่องเดียวกัน โดยที่หมายเลขประจำเครื่องยังเป็นเลขเดิมตลอด
นี่คือเหตุผลที่เวลาขอความช่วยเหลือ การส่ง IMEI อย่างเดียวมักไม่พอ เพราะมันบอกได้แค่ว่าเครื่องไหน แต่ไม่ได้บอกว่าแพ็กเกจใบไหนในเครื่องนั้นที่มีปัญหา ให้ส่งหมายเลขคำสั่งซื้อของแพ็กเกจควบคู่ไปด้วยเสมอ แล้วเรื่องจะเดินหน้าได้เร็วขึ้นมาก
ถ้าเครื่องหายหรือถูกขโมยระหว่างทริป
การมีหมายเลขประจำเครื่องบันทึกไว้ล่วงหน้ามีค่ามากในสถานการณ์นี้ เพราะเมื่อเครื่องไม่ได้อยู่กับคุณแล้ว คุณจะไม่มีทางกด *#06# เพื่อดูหมายเลขได้อีก การแจ้งความหรือแจ้งผู้ให้บริการมักต้องระบุตัวเครื่อง และหมายเลขนี้คือสิ่งที่ใช้ระบุได้ตรงที่สุด
ขั้นตอนและผลของการแจ้งเครื่องหายแตกต่างกันไปตามประเทศ ตามโอเปอเรเตอร์ และตามนโยบายของผู้ให้บริการแต่ละราย เราจึงไม่สามารถบอกแทนได้ว่าในกรณีของคุณจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ทำได้แน่ ๆ คือเตรียมข้อมูลให้พร้อม เก็บหมายเลขไว้นอกตัวเครื่อง เช่น ในอีเมลของตัวเองหรือในโน้ตของอุปกรณ์อีกชิ้น และติดต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้เร็วที่สุด
สิ่งที่ควรเตรียมไว้ก่อนวันเดินทาง
การเตรียมข้อมูลเครื่องไว้ล่วงหน้าใช้เวลาไม่กี่นาที และช่วยได้มากในวันที่มีปัญหา เพราะเวลาที่คุณต้องใช้หมายเลขเหล่านี้ มักเป็นเวลาที่เครื่องเชื่อมต่อไม่ได้ และคุณจะเปิดอีเมลหรือค้นหาอะไรไม่ได้เลย
- ภาพหน้าจอของหมายเลขจากการกด *#06# เก็บไว้ในเครื่อง
- บันทึกว่าเครื่องมี EID หรือไม่ เพื่อไม่ต้องมาตรวจซ้ำตอนเร่งรีบ
- รุ่นเครื่องและเวอร์ชันระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่
- สถานะการล็อกเครือข่ายที่ยืนยันแล้วกับโอเปอเรเตอร์ที่ขายเครื่อง
- หมายเลขคำสั่งซื้อแพ็กเกจ eSIM ของคุณ
- ช่องทางติดต่อของเรา คือไลน์ @esimonline และอีเมล esimonline.asia@gmail.com
ทำไมข้อมูลชุดนี้ถึงช่วยให้เรื่องจบเร็ว
เวลามีปัญหาการเชื่อมต่อ คำถามแรก ๆ ที่ต้องตอบเสมอคือเครื่องอะไร ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันไหน มี EID หรือไม่ และแพ็กเกจใบไหน ถ้าคุณส่งข้อมูลชุดนี้มาตั้งแต่ข้อความแรก การช่วยเหลือจะเริ่มจากการแก้ปัญหาได้ทันที แทนที่จะเสียเวลาถามกลับไปมาในขณะที่คุณกำลังเดินทางและมีเน็ตจำกัด
คำถามที่พบบ่อย
ดู IMEI ได้อย่างไรถ้าเปิดเครื่องไม่ได้+
ดูจากกล่องเครื่อง ใบเสร็จ หรือเอกสารการซื้อ ซึ่งมักพิมพ์หมายเลขเดียวกันไว้ บางรุ่นยังพิมพ์ไว้บนถาดใส่ซิมหรือด้านหลังเครื่องด้วย ตำแหน่งต่างกันไปตามผู้ผลิตและรุ่น ถ้าคุณเคยซื้อเครื่องผ่านบัญชีออนไลน์ หมายเลขนี้อาจปรากฏอยู่ในประวัติการสั่งซื้อของบัญชีนั้นเช่นกัน
มี IMEI แล้วแปลว่าเครื่องใช้ eSIM ได้เลยหรือไม่+
ไม่ใช่ โทรศัพท์มือถือทุกเครื่องมี IMEI ไม่ว่าจะรองรับ eSIM หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่บ่งบอกว่ามีชิป eSIM คือหมายเลข EID ซึ่งมักขึ้นในหน้าจอเดียวกันเมื่อกด *#06# และถึงจะมี EID แล้วก็ยังต้องตรวจอีกสองเรื่อง คือเครื่องไม่ติดล็อกเครือข่าย และซอฟต์แวร์ของรุ่นนั้นในตลาดที่ซื้อมาเปิดใช้ eSIM ได้จริง
ทำไมเครื่องของฉันขึ้น IMEI สองหมายเลข+
เพราะเครื่องรองรับการใช้สองซิมพร้อมกัน จึงมีหมายเลขประจำแต่ละช่องสัญญาณ เป็นเรื่องปกติของเครื่องประเภทนี้ ไม่ใช่ความผิดพลาดและไม่ได้แปลว่าเครื่องมีปัญหา เวลาต้องส่งหมายเลขให้ฝ่ายใด ให้ส่งชุดที่เขาระบุ และถ้าเขาไม่ได้ระบุ ให้ถามก่อนว่าต้องการชุดไหน
ปลอดภัยไหมที่จะส่ง IMEI ให้ฝ่ายบริการ+
ปลอดภัยเมื่อคุณเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อผ่านช่องทางที่ถูกต้อง และมีเหตุผลชัดเจนว่าต้องใช้ระบุตัวเครื่อง สิ่งที่ไม่ควรทำคือโพสต์หมายเลขลงที่สาธารณะ หรือส่งให้คนที่ทักมาหาคุณก่อนแล้วอ้างว่าเป็นฝ่ายบริการ ของเราติดต่อได้ทางไลน์ @esimonline อีเมล esimonline.asia@gmail.com และเบอร์โทร 089-942-0818 กับ 088-521-6848 ที่คุณเป็นฝ่ายโทรเข้ามาเท่านั้น เราไม่มีการโทรหาลูกค้าเพื่อขอหมายเลขเครื่อง
IMEI บอกได้ไหมว่าเครื่องติดล็อกเครือข่ายหรือเปล่า+
ตัวหมายเลขเองไม่ได้บอก สถานะการล็อกเป็นเรื่องที่โอเปอเรเตอร์ผู้ขายเครื่องเป็นผู้กำหนดและเป็นผู้ยืนยัน สิ่งที่ IMEI ช่วยได้คือทำให้คุณอ้างถึงเครื่องเครื่องนั้นได้ตรงตัวเวลาไปถาม ถ้าคุณซื้อเครื่องมาพร้อมสัญญาหรือผ่อนกับโอเปอเรเตอร์ ควรตรวจเรื่องนี้ให้จบก่อนวันเดินทาง เพราะการปลดล็อกอาจมีเงื่อนไขและใช้เวลา
กด *#06# แล้วไม่มีอะไรขึ้นเลย ควรทำอย่างไร+
ให้ลองอีกทางหนึ่งโดยเปิดหน้าตั้งค่าแล้วค้นหาคำว่า IMEI ซึ่งจะพาไปยังหน้าข้อมูลเครื่อง ตำแหน่งของหน้านี้ต่างกันไปตามยี่ห้อและเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ จึงไม่มีเส้นทางเมนูเดียวที่ใช้ได้กับทุกเครื่อง ถ้ายังหาไม่เจอ ให้ดูจากกล่องหรือใบเสร็จ และถ้าต้องการให้ช่วยดู ส่งรุ่นเครื่องและเวอร์ชันระบบปฏิบัติการมาทางไลน์หรืออีเมลได้
แหล่งอ้างอิง
- 3GPP TS 23.003: Numbering, addressing and identification — 3GPP, 11 ตุลาคม 2569
- Find your IMEI and other Pixel phone ID numbers — Google, 11 ตุลาคม 2569
- Find the serial number or IMEI on your iPhone, iPad, or iPod touch - Apple Support — Apple, 10 ตุลาคม 2569