ติดตั้ง eSIM ก่อนบิน ใช้งานได้ทันทีที่เครื่องลง — รองรับกว่า 210 ปลายทาง
eSIMonline

เครือข่ายมือถือในญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวควรรู้: docomo, au, SoftBank และ Rakuten

ญี่ปุ่นมีผู้ให้บริการเครือข่ายหลักสี่ราย 3G ปิดบริการครบแล้ว และ eSIM สำหรับนักท่องเที่ยวมักใช้หนึ่งหรือสองเครือข่ายเหล่านี้ บทความนี้อธิบายความหมายและวิธีเช็กการตั้งค่า

ผู้เขียน: บ๊อบ กนกพล ทองดี · ผู้ร่วมก่อตั้งผู้ตรวจทาน: พอร์ช กุนต์นิพัทธ์ ศิระมานะกุลเผยแพร่: 17 ตุลาคม 2569อัปเดตล่าสุด: 17 ตุลาคม 2569
เครือข่ายมือถือในญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวควรรู้: docomo, au, SoftBank และ Rakuten

สรุปสั้น

  • ญี่ปุ่นมีผู้ให้บริการเครือข่ายหลักสี่ราย คือ NTT docomo, au (KDDI), SoftBank และ Rakuten Mobile ส่วนแบรนด์ย่อยอย่าง ahamo, povo, LINEMO, Y!mobile และ UQ mobile ใช้เครือข่ายของแม่ข่ายเหล่านี้
  • 3G ปิดบริการครบแล้ว โดย docomo ปิด FOMA เมื่อ 31 มีนาคม 2026 ดังนั้นมือถือที่จะใช้ต้องรองรับ 4G หรือ 5G และ VoLTE หากต้องการโทรด้วยซิมท้องถิ่น
  • เมืองใหญ่และแนวชินคันเซ็นสัญญาณดีมาก แต่ภูเขาลึก เกาะห่างไกล และเส้นทางเดินป่าอาจอ่อน จึงควรเช็กว่าแพ็กเกจ eSIM ใช้เครือข่ายไหนก่อนซื้อ

เครือข่ายหลักสี่รายและแบรนด์ย่อย

ญี่ปุ่นมีผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือที่สร้างโครงข่ายของตัวเองสี่ราย นักท่องเที่ยวมักเจอแค่ชื่อแบรนด์เหล่านี้ในหน้าแพ็กเกจ eSIM หรือบนหน้าจอมือถือ

ผู้ให้บริการชื่อที่อาจเห็นบนมือถือแบรนด์ย่อยที่ใช้เครือข่ายนี้
เครือข่าย NTT docomoชื่อ NTT DOCOMO หรือ docomoahamo เป็นต้น
เครือข่าย au (KDDI)ชื่อ au หรือ KDDIpovo และ UQ mobile
เครือข่าย SoftBankชื่อ SoftBankLINEMO และ Y!mobile
เครือข่าย Rakuten Mobileชื่อ Rakuten หรือ 楽天ไม่มีแบรนด์ย่อยหลักที่นักท่องเที่ยวพบบ่อย

Rakuten Mobile มีเครือข่ายของตัวเอง แต่ในบางพื้นที่ใช้การโรมมิ่งบนเครือข่ายของ au สำหรับนักท่องเที่ยว แบรนด์ย่อยไม่ค่อยสำคัญ ให้รู้ไว้แค่ว่าชื่อพวกนี้คือแบรนด์ที่วิ่งบนเครือข่ายแม่ข่ายเดียวกัน

เครือข่ายมือถือในญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวควรรู้: docomo, au, SoftBank และ Rakuten

3G ปิดแล้ว: มือถือรุ่นเก่าและ VoLTE

  • au ปิด 3G เมื่อ 31 มีนาคม 2022
  • SoftBank ปิด 3G เมื่อ 15 เมษายน 2024 (จังหวัดอิชิกาวะถึง 31 กรกฎาคม 2024)
  • docomo ปิด FOMA ซึ่งเป็น 3G เมื่อ 31 มีนาคม 2026

ความหมายสำหรับนักท่องเที่ยวคือ มือถือที่รองรับแค่ 3G จะใช้งานไม่ได้เลย ส่วนมือถือสมัยใหม่ส่วนใหญ่ใช้ 4G และ 5G ได้อยู่แล้ว สำหรับ eSIM ข้อมูลล้วนที่ใช้แค่อินเทอร์เน็ต VoLTE ไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ถ้าแพ็กเกจมีการโทรหรือเบอร์ญี่ปุ่น เครื่องต้องรองรับ VoLTE เพราะเสียงทั้งหมดวิ่งบน 4G หรือ 5G

วันที่ปิดบริการและเงื่อนไขของผู้ให้บริการอาจมีการประกาศเพิ่ม ควรยืนยันกับเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการอีกครั้ง ตรวจสอบล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2026
เครือข่ายมือถือในญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวควรรู้: docomo, au, SoftBank และ Rakuten

5G ในเมืองใหญ่

เมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และนาโกย่ามี 5G ในหลายย่าน แต่ความเร็วจริงขึ้นกับย่านที่คุณอยู่ คลื่นความถี่ที่มือถือรองรับ และเงื่อนไขของแพ็กเกจ บางแพ็กเกจจำกัดไว้ที่ 4G สำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น แผนที่ แชท และดูวิดีโอ 4G ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องมี 5G

ถ้ามือถือแสดงว่า 5G แต่ความเร็วไม่ต่างจากเดิม ไม่ต้องกังวล ในย่านที่คนหนาแน่นอย่างชินจูกุหรือชิบูย่า ความเร็วขึ้นกับจำนวนผู้ใช้ในขณะนั้นมากกว่าตัวอักษรบนหน้าจอ และอย่าลืมว่าแบตเตอรีจะหมดเร็วขึ้นเมื่อมือถือค้นหา 5G ตลอดเวลา

เครือข่ายมือถือในญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวควรรู้: docomo, au, SoftBank และ Rakuten

จุดแข็งและจุดอ่อนของสัญญาณ

  • จุดแข็ง: เมืองใหญ่และแนวชินคันเซ็นส่วนใหญ่ รวมถึงอุโมงค์ส่วนมากมีสัญญาณ
  • จุดอ่อน: ภูเขาลึก ลานสกีนอกเส้นทาง เกาะห่างไกล และเส้นทางเดินป่า
  • ข้อควรทราบ: ทริปที่เน้นเมืองใหญ่แทบไม่เจอปัญหา แต่ทริปชนบทควรมีแผนสำรอง เช่น แผนที่ออฟไลน์

ในทางปฏิบัติ แปลว่าเมื่อต้องเดินป่า ขึ้นภูเขา หรือไปเกาะเล็ก ๆ ควรโหลดแผนที่ออฟไลน์และบันทึกข้อมูลสำคัญไว้ในเครื่องล่วงหน้า และไม่ควรคิดว่าสัญญาณจะมีตลอดทาง ผู้ให้บริการทุกรายต่างมีพื้นที่ที่แข็งแรงต่างกัน จึงไม่มีรายใดดีที่สุดในทุกที่

เครือข่ายมือถือในญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวควรรู้: docomo, au, SoftBank และ Rakuten

eSIM นักท่องเที่ยวใช้เครือข่ายเหล่านี้อย่างไร

eSIM สำหรับนักท่องเที่ยวมักวิ่งบนหนึ่งหรือสองเครือข่ายข้างต้น ถ้าทริปอยู่แค่โตเกียว เกียวโต และโอซาก้า ความต่างระหว่างเครือข่ายมีน้อย แต่ถ้าไปฮอกไกโด โทโฮคุ ภูเขาในคิวชู หรือเกาะรอบนอกของโอกินาว่า เครือข่ายที่แพ็กเกจใช้มีผลมากขึ้น จึงควรเช็กชื่อเครือข่ายของแพ็กเกจนั้น ๆ ก่อนซื้อ

ถ้าต้องการเทียบยี่ห้อ อ่าน “eSIM ญี่ปุ่น ยี่ห้อไหนดี 2569? เปรียบเทียบราคาและเครือข่ายที่ใช้” และสำหรับทริปสกี อ่าน “eSIM สำหรับฤดูสกีญี่ปุ่น ฮอกไกโดและนากาโน”

วิธีดูว่ากำลังใช้เครือข่ายไหน

  1. 1ดูที่แถบสถานะชื่อผู้ให้บริการมักขึ้นมุมบนหน้าจอ เช่น NTT DOCOMO, KDDI หรือ SoftBank
  2. 2ใน iPhoneไปที่ การตั้งค่า แล้วเลือก เซลลูลาร์ จากนั้นแตะที่ eSIM เพื่อดูชื่อผู้ให้บริการและสถานะ
  3. 3ใน Androidเมนูอาจต่างกันตามรุ่น โดยทั่วไปอยู่ที่ การตั้งค่า เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต ซิม หรือ เกี่ยวกับโทรศัพท์ สถานะซิม

ชื่อบนหน้าจออาจเป็นของผู้ให้บริการที่เป็นเจ้าของคลื่น ไม่ใช่ชื่อแบรนด์ที่ขายแพ็กเกจให้คุณ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากชื่อเครือข่ายเปลี่ยนไปเมื่อเดินทางข้ามพื้นที่ แสดงว่าแพ็กเกจรองรับหลายเครือข่ายและมือถือเลือกให้อัตโนมัติ

การตั้งค่า APN และโรมมิ่งเบื้องต้น

  • เลือกให้ eSIM เป็นสายที่ใช้ข้อมูลมือถือ และเปิด Data Roaming ของสายนั้น
  • ปิดข้อมูลมือถือของซิมไทย แต่เปิดสายไว้เพื่อรับ SMS รหัส OTP จากธนาคาร
  • APN มักตั้งให้อัตโนมัติ หากไม่มีอินเทอร์เน็ต ให้กรอกค่า APN ตามที่ผู้ให้บริการแพ็กเกจแจ้งไว้เท่านั้น อย่าเดาค่าเอง
  • ลองเปิดโหมดเครื่องบินสลับปิด หรือรีสตาร์ตเครื่อง หากยังไม่เชื่อมต่อ
  • การใช้ฮอตสปอตแชร์เน็ตขึ้นกับแพ็กเกจ ควรตรวจเงื่อนไขก่อน

ลำดับที่แนะนำเมื่อเจอปัญหา คือเช็กว่าเปิด Data Roaming ของสาย eSIM แล้ว จากนั้นเช็กว่าเลือกสาย eSIM เป็นสายข้อมูล แล้วค่อยดู APN เป็นลำดับสุดท้าย เพราะปัญหาส่วนใหญ่มักอยู่ที่สองข้อแรก

ขั้นตอนติดตั้งและรายละเอียดอื่น ๆ ดูได้จากบทความเรื่องวิธีติดตั้ง eSIM ในเว็บไซต์ เครื่องต้องรองรับ eSIM และไม่ติดล็อกผู้ให้บริการ

สรุปคือ ก่อนบินให้เช็กสามเรื่อง ได้แก่ มือถือรองรับ eSIM และ 4G หรือ 5G, แพ็กเกจใช้เครือข่ายไหนและเหมาะกับพื้นที่ที่จะไป, และตั้งค่า Data Roaming ของสาย eSIM ไว้แล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ต้องรู้ไหมว่า eSIM ใช้ docomo หรือ au+

ถ้าเที่ยวในเมืองใหญ่ ไม่ค่อยสำคัญ แต่ถ้าไปชนบทหรือภูเขา ควรเช็กชื่อเครือข่ายของแพ็กเกจก่อนซื้อ

มือถือเก่ารุ่นที่รองรับแค่ 3G ใช้ได้ไหม+

ใช้ไม่ได้ เพราะ 3G ในญี่ปุ่นปิดบริการหมดแล้ว ต้องใช้เครื่องที่รองรับ 4G หรือ 5G

VoLTE จำเป็นสำหรับ eSIM ข้อมูลล้วนไหม+

โดยทั่วไปไม่จำเป็นสำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต แต่ถ้าแพ็กเกจมีโทรหรือเบอร์ญี่ปุ่น เครื่องต้องรองรับ VoLTE

ทำไมมือถือขึ้นชื่อเครือข่ายที่ไม่ตรงกับแพ็กเกจ+

อาจเป็นเพราะแบรนด์ย่อยหรือการโรมมิ่งบนเครือข่ายอื่นในบางพื้นที่ ถ้าสงสัยให้สอบถามผู้ให้บริการแพ็กเกจ

ผู้เขียนบทความ

บ๊อบ กนกพล ทองดี

บ๊อบ กนกพล ทองดี

Bob Kanokphon Thongdee

  • ผู้ร่วมก่อตั้ง eSIMonline.asia
  • ทำงานด้านการตลาดออนไลน์มากว่า 7 ปี
  • ผู้ก่อตั้ง Cojourney Visa และ Cojourney Travel
แชร์หน้านี้

Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง