วิธีเปิด WiFi Calling บน Android ตั้งค่าอย่างไร พร้อมวิธีเช็กว่าเครื่องรองรับหรือไม่
เมนู WiFi Calling บน Android อยู่คนละที่ในแต่ละยี่ห้อ บทความนี้รวมเส้นทางตั้งค่าของ Pixel, Xiaomi, OPPO, vivo, realme วิธีเลือก WiFi preferred หรือ Mobile preferred และวิธีเช็กสถานะ IMS ด้วยรหัส *#*#4636#*#* ว่าเครื่องกับซิมพร้อมใช้จริงหรือยัง

สรุปสั้น
- บน Android ส่วนใหญ่ เปิด WiFi Calling ได้ที่ การตั้งค่า > ซิมการ์ดและเครือข่ายมือถือ (หรือ Network & internet > SIMs) > เลือกเบอร์ > โทรผ่าน Wi-Fi แล้วตั้งค่าเป็น ต้องการ Wi-Fi (WiFi preferred)
- ถ้าหาเมนูไม่เจอ แปลว่าเครื่อง ซิม หรือค่ายยังไม่เปิดสิทธิ์ให้เบอร์นั้น เพราะ WiFi Calling เป็นบริการที่ค่ายต้องเปิดให้ ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ของโทรศัพท์
- เช็กว่าใช้งานได้จริงโดยกด *#*#4636#*#* > เมนูสามจุด > IMS Service Status ถ้าขึ้น Registered และ Voice over WiFi เป็น Available แปลว่าพร้อมแล้ว (บางยี่ห้อปิดรหัสนี้ไว้)
Android เปิด WiFi Calling ได้ไหม ต้องมีอะไรบ้าง
ได้ ถ้าเครื่องเป็น Android 6.0 ขึ้นไป รุ่นนั้นรองรับ VoWiFi และค่ายของซิมเปิดบริการให้เบอร์คุณแล้ว เปิดได้จากเมนูตั้งค่าซิมหรือเมนูการโทร จากนั้นเลือกให้ใช้ Wi-Fi เป็นหลัก
WiFi Calling หรือชื่อทางเทคนิคว่า VoWiFi คือการส่งเสียงโทรศัพท์ของเบอร์มือถือปกติผ่านอินเทอร์เน็ต Wi-Fi แทนสัญญาณเสาของค่าย โทรศัพท์จะสร้างอุโมงค์เข้ารหัส IPsec ไปยังอุปกรณ์ของค่ายที่เรียกว่า ePDG แล้วลงทะเบียนเข้าระบบ IMS ตัวเดียวกับที่ VoLTE ใช้ ทำให้ผู้รับเห็นเบอร์เดิมของคุณ ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม และไม่ต้องให้อีกฝ่ายใช้แอปเดียวกัน มาตรฐานนี้กำหนดโดย 3GPP และ GSMA ระบุชุดฟีเจอร์ขั้นต่ำไว้ในเอกสาร IR.51
สิ่งที่ต้องมีครบทั้ง 4 ข้อก่อนเมนูจะโผล่และใช้ได้จริง:
- เครื่อง: Android 6.0 ขึ้นไป และรุ่นนั้นมีโมเด็มกับเฟิร์มแวร์ที่รองรับ VoWiFi สำหรับค่ายของคุณ เครื่องหิ้วหรือเครื่องที่ใช้รอมคนละภูมิภาคอาจไม่มีเมนูนี้แม้ฮาร์ดแวร์จะรองรับ
- ซิม: ซิมหรือ eSIM ที่ใช้โทรเข้าออกได้ตามปกติ และเปิดใช้งานอยู่ในเครื่อง
- ค่าย: ค่ายต้องเปิดสิทธิ์ WiFi Calling ให้เบอร์นั้น บางค่ายเปิดให้อัตโนมัติ บางค่ายต้องสมัครก่อน เช่น AIS บน Android ให้กด *399*1# โทรออก
- เครือข่าย: Wi-Fi ที่ออกอินเทอร์เน็ตได้จริง และไม่บล็อกพอร์ต UDP 500 กับ 4500 ที่ใช้สร้างอุโมงค์ไปยัง ePDG

เช็กยังไงว่ามือถือ Android รองรับ WiFi Calling
ไม่มีรายชื่อกลางที่บอกว่า Android รุ่นไหนใช้ได้กับทุกค่าย เพราะการรองรับขึ้นกับคู่ของรุ่นเครื่องกับค่าย ให้เช็กตามลำดับนี้ ตั้งแต่วิธีที่เร็วที่สุดไปจนถึงวิธีที่แม่นที่สุด
- 1ดูเวอร์ชัน Androidไปที่ การตั้งค่า > เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About phone) ถ้าต่ำกว่า Android 6.0 ใช้ WiFi Calling ในตัวไม่ได้ ปัจจุบันเครื่องที่ขายในไทยแทบทั้งหมดผ่านเกณฑ์นี้แล้ว
- 2หาเมนูในการตั้งค่าเปิดการตั้งค่า แล้วพิมพ์ในช่องค้นหาว่า Wi-Fi calling, การโทร Wi-Fi, โทรผ่าน Wi-Fi หรือ VoWiFi ถ้าเจอสวิตช์ใต้เมนูซิมของเบอร์คุณ แสดงว่าเครื่องและค่ายจับคู่กันได้แล้วอย่างน้อยในระดับเมนู
- 3เช็กรายชื่อรุ่นของค่ายAIS ให้เช็กรุ่นที่รองรับที่หน้า ais.th/4g/vowifi ส่วน NT Mobile ระบุรุ่นไว้ในหน้าบริการ เช่น OPPO A57, A77, A96, Reno7, Reno8 Pro 5G, Find X5 Pro 5G, Xiaomi 11 Lite 5G, 11T Pro, Note 10 Pro, Redmi 9 และ vivo X60 Pro ส่วน True-dtac ไม่มีรายชื่อรวม แต่ระบุว่าเครื่องต้องรองรับและอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด
- 4ดูสถานะ IMS ด้วย *#*#4636#*#*วิธีนี้แม่นที่สุดเพราะบอกว่าเครื่องลงทะเบียนกับระบบของค่ายสำเร็จหรือไม่ รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป
รหัส *#*#4636#*#* ดูสถานะ IMS อย่างไร
เปิดแอปโทรศัพท์ พิมพ์ *#*#4636#*#* โดยไม่ต้องกดโทร หน้าข้อมูลทดสอบ (Testing / Phone information) จะเปิดขึ้นเอง เลือก Phone information แตะเมนูสามจุดมุมขวาบน แล้วเลือก IMS Service Status หน้านี้จะแสดง IMS Registration ว่า Registered หรือ Not Registered และแสดงแยกว่า Voice over LTE กับ Voice over WiFi เป็น Available หรือ Unavailable
| สิ่งที่เห็นในหน้า IMS | ความหมาย | ควรทำอะไรต่อ |
|---|---|---|
| Registered + Voice over WiFi: Available | เครื่องลงทะเบียนผ่าน Wi-Fi สำเร็จ พร้อมโทร | ทดสอบโทรจริงหนึ่งสาย |
| Registered + Voice over LTE: Available แต่ WiFi: Unavailable | ตอนนี้ใช้ VoLTE ผ่านเสา ยังไม่ได้ใช้ Wi-Fi อาจเพราะตั้ง Mobile preferred หรือสัญญาณมือถือดี | เปิดโหมดเครื่องบินแล้วเปิด Wi-Fi แล้วดูใหม่ |
| Not Registered ทั้งที่ต่อ Wi-Fi | ค่ายยังไม่เปิดสิทธิ์ Wi-Fi บล็อกพอร์ต หรือเครื่องไม่มีค่าคอนฟิกของค่าย | ลอง Wi-Fi อื่นหรือฮอตสปอต แล้วติดต่อค่าย |
| กดรหัสแล้วไม่มีอะไรขึ้น | ผู้ผลิตปิดเมนูทดสอบไว้ พบได้ในบางรุ่นของบางยี่ห้อ | ใช้วิธีดูไอคอนและทดสอบโหมดเครื่องบินแทน |
การอ่านหน้า IMS Service Status (ชื่อเมนูเป็นภาษาอังกฤษในทุกเครื่อง)
หน้า *#*#4636#*#* เป็นเมนูทดสอบของ Android ไม่ใช่เมนูสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ให้ดูอย่างเดียว อย่าเปลี่ยนค่าในหน้านี้ เช่น ประเภทเครือข่ายที่ต้องการ เพราะอาจทำให้เครื่องจับสัญญาณผิดไปจนกว่าจะรีสตาร์ต
เมนู WiFi Calling บน Android แต่ละยี่ห้ออยู่ตรงไหน
ชื่อเมนูต่างกันตามยี่ห้อ เวอร์ชันระบบ และบางครั้งตามค่ายที่ใส่ซิม ตารางนี้รวมเส้นทางที่ผู้ผลิตหรือค่ายระบุไว้สำหรับ Android 14–16 ถ้าเครื่องคุณชื่อเมนูไม่ตรง ให้ใช้ช่องค้นหาในการตั้งค่าแทน
| ยี่ห้อ / ระบบ | เส้นทางตั้งค่า | ตั้งค่าโหมดการโทร |
|---|---|---|
| Google Pixel (Android 14–16) | การตั้งค่า > เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > SIM > เลือกซิม > การโทรผ่าน Wi-Fi | แตะชื่อเมนูการโทรผ่าน Wi-Fi (ไม่ใช่สวิตช์) เพื่อเลือกค่ากำหนด ถ้าค่ายเปิดให้เลือก |
| Samsung (One UI 6–8) | แอปโทรศัพท์ > สามจุด > การตั้งค่า > การโทรผ่าน Wi-Fi หรือแผงตั้งค่าด่วน | อยู่ในหน้าการโทรผ่าน Wi-Fi ของแต่ละซิม |
| Xiaomi / Redmi / POCO (HyperOS) | การตั้งค่า > ซิมการ์ดและเครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > โทรโดยใช้ Wi-Fi | ประเภทเครือข่ายที่ต้องการ > ต้องการ Wi-Fi |
| OPPO / OnePlus (ColorOS) | การตั้งค่า > ซิมคู่และเครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > การโทรผ่าน Wi-Fi | การโทรผ่าน Wi-Fi > ค่ากำหนดการโทรผ่าน Wi-Fi |
| vivo / iQOO (OriginOS, Funtouch OS) | การตั้งค่า > ซิมคู่และเครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > การโทรผ่าน Wi-Fi | ในหน้าการโทรผ่าน Wi-Fi ถ้าค่ายเปิดให้เลือก |
| realme (realme UI) | การตั้งค่า > ซิมการ์ดและข้อมูลมือถือ > เลือกซิม 1 หรือ 2 > การโทรผ่าน Wi-Fi | ค่ากำหนดการโทรผ่าน Wi-Fi |
| เส้นทางตามคู่มือ True-dtac | การตั้งค่า > การเชื่อมต่อ > การโทร Wi-Fi > เปิดเบอร์ที่ต้องการ (ซิมปกติหรือ eSIM) | เลือก ต้องการ Wi-Fi (WiFi Preferred) |
เส้นทางตั้งค่า WiFi Calling บน Android ตามยี่ห้อ ชื่อเมนูภาษาไทยอาจต่างไปตามรุ่นและการแปลของผู้ผลิต
เปิด WiFi Calling บน Pixel ทีละขั้น
- 1ต่อ Wi-Fi ก่อนให้เครื่องออกอินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ได้ ลองเปิดเว็บสักหน้าเพื่อยืนยัน
- 2เข้าเมนูซิมการตั้งค่า > เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > SIM แล้วแตะซิมของค่ายที่ต้องการ
- 3เปิดการโทรผ่าน Wi-Fiเลื่อนลงหา การโทรผ่าน Wi-Fi แล้วเปิดสวิตช์ Google ระบุว่าถ้าไม่เห็นตัวเลือกนี้ แปลว่าค่ายไม่รองรับฟีเจอร์นี้
- 4ดูข้อความยืนยันเมื่อพร้อม จะเห็นคำว่า Wi-Fi calling หรือ Internet call บนหน้าจอแจ้งเตือนหรือตอนโทร
Samsung มีรายละเอียดเฉพาะของ One UI เช่น ปุ่มในแผงตั้งค่าด่วนและการตั้งค่าแยกตามซิม ซึ่งเราเขียนแยกไว้อีกบทความ

ต้องสมัครกับค่ายก่อนไหม AIS True dtac NT เปิดยังไง
บาง Android ต้องให้ค่ายเปิดสิทธิ์ก่อน สวิตช์ในเครื่องถึงจะใช้ได้ วิธีของแต่ละค่ายไทยตามหน้าทางการมีดังนี้
- AIS: สมัครโดยกด *399*1# โทรออก หรือสมัครผ่าน m.ais.co.th/ApplyAISVoWiFi และเช็กรุ่นเครื่องที่ ais.th/4g/vowifi ก่อน จากนั้นเปิดสวิตช์ในเครื่อง
- True และ dtac: คู่มือ True-dtac ให้เปิดที่ การตั้งค่า > การเชื่อมต่อ > การโทร Wi-Fi เลือกเบอร์ แล้วเลือก ต้องการ Wi-Fi โดยต้องเปิดเมนูนี้ไว้ตั้งแต่อยู่ในไทย ถ้ามีปัญหาให้ปิดเปิดเครื่องหนึ่งครั้ง
- NT Mobile: กด *834# เพื่อเปิดปิด VoLTE, WiFi Calling หรือทั้งสองอย่าง ใช้ได้ทั้งเติมเงินและรายเดือน คิดค่าโทรออกตามแพ็กเกจปกติ สายเข้าไม่เสียเงิน
เรื่องค่าบริการ WiFi Calling โดยทั่วไปใช้นาทีจากแพ็กเกจโทรปกติ ไม่ใช่ของฟรี ส่วนรายละเอียดตามแพ็กเกจของ AIS, True และ dtac ให้ดูหน้าทางการของค่ายหรือโทรถาม เพราะเงื่อนไขต่างกันตามแพ็กเกจ
ควรตั้ง WiFi preferred หรือ Mobile preferred
ค่ากำหนดการโทรบอกเครื่องว่าเมื่อมีทั้ง Wi-Fi และสัญญาณมือถือ ให้โทรผ่านทางไหนก่อน บางเครื่องมี 2 ตัวเลือก บางเครื่องมี 3 ตัวเลือก และบางค่ายซ่อนตัวเลือกนี้ไว้ทั้งหมด
| ตัวเลือก | เครื่องทำอะไร | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| ต้องการ Wi-Fi (WiFi preferred) | โทรผ่าน Wi-Fi ทุกครั้งที่ต่อ Wi-Fi อยู่ ถ้าหลุดค่อยใช้สัญญาณมือถือ | คอนโดหรือตึกที่สัญญาณในห้องอ่อน และการใช้ในต่างประเทศ (คู่กับโหมดเครื่องบิน) |
| ต้องการมือถือ (Mobile / Cellular preferred) | ใช้สัญญาณมือถือเป็นหลัก ใช้ Wi-Fi เฉพาะตอนไม่มีสัญญาณ | คนที่สัญญาณมือถือดีอยู่แล้ว และเจอ Wi-Fi ไม่เสถียรบ่อย |
| Wi-Fi เท่านั้น (บางเครื่อง) | ไม่ใช้เครือข่ายมือถือโทรเลย | น้อยคนต้องใช้ ส่วนมากใช้โหมดเครื่องบินแทนได้ผลเหมือนกัน |
ตัวเลือกค่ากำหนด WiFi Calling บน Android
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ แนะนำ WiFi preferred ตามที่คู่มือ True-dtac และ NT ระบุ เพราะจุดที่ต้องการ WiFi Calling จริงๆ คือห้องที่สัญญาณเข้าไม่ถึง ถ้าเลือก Mobile preferred เครื่องอาจเกาะสัญญาณอ่อนๆ หนึ่งขีดแล้วไม่ย้ายไป Wi-Fi ทำให้สายหลุดเหมือนเดิม ส่วนตอนอยู่ต่างประเทศ ค่านี้สำคัญน้อยกว่าการเปิดโหมดเครื่องบิน เพราะโหมดเครื่องบินตัดสัญญาณมือถือออกไปก่อนแล้ว

เปิดแล้ว เช็กยังไงว่า WiFi Calling ทำงานจริง
การเปิดสวิตช์ไม่ได้แปลว่าใช้ได้ ให้ทดสอบที่บ้านก่อนเดินทางด้วยวิธีนี้ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที
- 1เปิดโหมดเครื่องบิน แล้วเปิด Wi-Fi กลับวิธีนี้ตัดสัญญาณมือถือออก เหลือแค่ Wi-Fi ทำให้รู้แน่ว่าสายที่โทรออกไปไม่ได้วิ่งผ่านเสา
- 2รอไอคอนรอสัก 30 วินาทีถึง 1 นาที จนเห็นไอคอนโทรศัพท์มีคลื่น Wi-Fi ในแถบสถานะ หรือชื่อค่ายต่อท้ายด้วย Wi-Fi บน AIS ให้สังเกตสัญลักษณ์ AIS WiFi Call
- 3โทรทดสอบและให้อีกฝ่ายโทรกลับโทรหาเบอร์คนรู้จักหนึ่งสาย แล้วให้เขาโทรกลับมาที่เบอร์คุณ ถ้าทั้งสองทางติด แปลว่าโทรออกและรับสายผ่าน Wi-Fi ได้
- 4ทดสอบ SMSให้อีกฝ่ายส่ง SMS มาหนึ่งข้อความ หลายค่ายส่ง SMS ผ่านระบบ IMS เดียวกันได้ แต่ไม่ใช่ทุกค่ายหรือทุกเครื่อง จึงควรลองก่อนพึ่ง OTP ตอนเดินทาง
- 5ถ้าไม่ผ่าน ดูหน้า IMSกด *#*#4636#*#* ดูว่า Voice over WiFi เป็น Available หรือไม่ แล้วเทียบกับตารางด้านบน
ใช้ WiFi Calling บน Android ตอนไปต่างประเทศได้ไหม
ได้ในหลายกรณี WiFi Calling ทำให้เบอร์ไทยโทรออกและรับสายผ่าน Wi-Fi ของโรงแรมหรือคาเฟ่ได้ ทั้ง AIS และ True-dtac แนะนำให้เปิดโหมดเครื่องบินแล้วเปิด Wi-Fi และดูไอคอนก่อนโทร เพื่อไม่ให้สายวิ่งผ่านโรมมิ่งปกติซึ่งคิดค่าบริการโรมมิ่ง
- Wi-Fi สาธารณะบางแห่งบล็อกการเชื่อมต่อแบบ VPN/IPsec ทำให้ WiFi Calling ไม่ขึ้น True-dtac แนะนำให้ลอง Wi-Fi อื่นหรือแชร์ฮอตสปอตแทน
- Wi-Fi ในโรงแรมที่ต้องล็อกอินหน้าเว็บ ต้องล็อกอินให้เสร็จก่อน WiFi Calling ถึงจะลงทะเบียนได้
- บางประเทศจำกัดการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต และบางค่ายต่างประเทศจำกัด VoWiFi ของลูกค้าตัวเองตอนโรมมิ่ง ยังไม่มีรายชื่อประเทศทางการสำหรับค่ายไทย จึงควรมีทางสำรองเสมอ
ใช้เน็ตจาก eSIM ท่องเที่ยวแทน Wi-Fi ได้ไหม
eSIM ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ รวมถึงของ esimonline เป็นแบบเน็ตอย่างเดียว ไม่มีเบอร์โทร WiFi Calling จึงยังเป็นของเบอร์ไทยเดิมเสมอ คำถามคือเบอร์ไทยจะใช้เน็ตของอีกซิมในเครื่องเดียวกันแทน Wi-Fi ได้ไหม บน Android คำตอบคือบางรุ่นเท่านั้น และไม่รับประกัน
- Google Pixel 8a ขึ้นไป: หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุว่าการใช้สองซิมพร้อมกันต้องเปิดข้อมูลมือถือของทั้งสองซิม เปิดการสลับข้อมูลอัตโนมัติให้ซิมที่สอง และค่ายของซิมที่สองต้องรองรับ Wi-Fi calling Google ไม่ได้ระบุว่าทำงานตอนซิมหลักกำลังโรมมิ่งหรือไม่
- Samsung: บางรุ่นนอกสหรัฐฯ มีฟีเจอร์ที่ผู้ใช้เรียกว่า Backup calling แต่เราไม่พบหน้าทางการของ Samsung ที่อธิบายเงื่อนไข และผู้ใช้รายงานว่ามักใช้ได้เมื่อซิมที่ให้เน็ตไม่ได้โรมมิ่ง
- ยี่ห้ออื่น: ผู้ใช้ใน Pantip รายงานว่าผลต่างกันตามค่าย เช่น AIS ใช้ได้ True ไม่ได้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ผู้ใช้ ไม่ใช่คำยืนยันจากค่าย
ถ้าจะลอง ให้ปิดโรมมิ่งข้อมูลของซิมไทยไว้เสมอ ตั้ง eSIM ท่องเที่ยวเป็นซิมข้อมูลหลัก แล้วเช็กว่าไอคอน WiFi Calling ขึ้นก่อนโทร ถ้าไม่ขึ้น ให้กลับมาใช้ Wi-Fi ซึ่งเป็นทางที่ค่ายรองรับอย่างเป็นทางการ

เมนู WiFi Calling ไม่ขึ้น หรือเปิดแล้วใช้ไม่ได้ แก้ยังไง
- อัปเดตระบบและรีสตาร์ต: ค่าคอนฟิกของค่ายมักมากับอัปเดตระบบ True-dtac ให้ปิดเปิดเครื่องหนึ่งครั้งเป็นขั้นแรก
- เช็กว่าเลือกซิมถูก: ในเครื่องสองซิม สวิตช์จะอยู่แยกในแต่ละซิม ต้องเปิดที่ซิมเบอร์ไทยที่ต้องการ ไม่ใช่ที่ eSIM ท่องเที่ยว
- เปิด VoLTE ด้วย: หลายค่ายต้องเปิด VoLTE ก่อน WiFi Calling ถึงจะทำงาน
- เปลี่ยน Wi-Fi: ลองฮอตสปอตจากมือถืออีกเครื่อง ถ้าติดแปลว่า Wi-Fi เดิมบล็อกพอร์ต UDP 500/4500
- ปิด VPN: VPN ที่เปิดตลอดอาจทำให้อุโมงค์ไป ePDG สร้างไม่สำเร็จ
- เครื่องหิ้วหรือรอมต่างภูมิภาค: เฟิร์มแวร์ที่ไม่ได้ทำมาสำหรับค่ายไทยอาจไม่มีเมนูเลย ต้องถามศูนย์บริการหรือค่ายว่ารุ่นนั้นรองรับหรือไม่
- โทรถามค่าย: AIS 1175, True 1242, dtac 1678, NT 1888 ขอให้เช็กว่าเบอร์เปิดสิทธิ์ VoWiFi แล้วหรือยัง
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง WiFi Calling บน Android
คำถามที่พบบ่อย
WiFi Calling Android อยู่ตรงไหน+
ส่วนใหญ่อยู่ใต้เมนูซิมของเบอร์นั้น เช่น Pixel อยู่ที่ เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > SIM > การโทรผ่าน Wi-Fi ส่วน Xiaomi อยู่ที่ ซิมการ์ดและเครือข่ายมือถือ > โทรโดยใช้ Wi-Fi ถ้าหาไม่เจอให้พิมพ์ Wi-Fi calling ในช่องค้นหาของการตั้งค่า
ทำไม Android ไม่มีเมนู WiFi Calling+
เพราะเมนูจะแสดงก็ต่อเมื่อเครื่อง เฟิร์มแวร์ และค่ายของซิมรองรับร่วมกัน Google ระบุว่าถ้าไม่เห็นตัวเลือกนี้แปลว่าค่ายไม่รองรับ ให้อัปเดตระบบ สมัครกับค่ายถ้าจำเป็น แล้วรีสตาร์ต
*#*#4636#*#* ใช้ได้ทุกเครื่องไหม+
ไม่ทุกเครื่อง รหัสนี้เป็นเมนูทดสอบมาตรฐานของ Android ใช้ได้บน Pixel และหลายรุ่น แต่ผู้ผลิตบางรายปิดไว้หรือซ่อนหน้า IMS Service Status ถ้าใช้ไม่ได้ ให้ทดสอบด้วยโหมดเครื่องบินและโทรจริงแทน
WiFi preferred กับ Mobile preferred ต่างกันยังไง+
WiFi preferred โทรผ่าน Wi-Fi ทุกครั้งที่ต่อ Wi-Fi อยู่ ส่วน Mobile preferred ใช้สัญญาณมือถือก่อนและใช้ Wi-Fi เฉพาะตอนไม่มีสัญญาณ ถ้าต้องการใช้ WiFi Calling แก้ปัญหาสัญญาณในห้อง ให้เลือก WiFi preferred
เปิด WiFi Calling แล้วต้องเปิดโหมดเครื่องบินไหม+
อยู่ในไทยไม่จำเป็น แต่ตอนอยู่ต่างประเทศ AIS และ True-dtac แนะนำให้เปิดโหมดเครื่องบินแล้วเปิด Wi-Fi กลับ เพื่อไม่ให้สายไปวิ่งผ่านโรมมิ่งปกติ ซึ่งคิดค่าโรมมิ่ง
WiFi Calling บน Android เสียเงินไหม+
โดยทั่วไปคิดเหมือนโทรปกติตามแพ็กเกจ ไม่ใช่โทรฟรี เช่น NT ระบุว่าโทรออกคิดตามแพ็กเกจและสายเข้าฟรี ส่วน AIS True dtac ให้ดูเงื่อนไขในหน้าทางการหรือถามค่าย เพราะต่างกันตามแพ็กเกจ
WiFi Calling ใช้กับ eSIM ได้ไหม+
ได้ ถ้า eSIM นั้นเป็นเบอร์โทรจากค่ายที่รองรับ คู่มือ True-dtac ระบุว่าเปิดได้ทั้งซิมปกติและ eSIM แต่ eSIM ท่องเที่ยวแบบเน็ตอย่างเดียวไม่มีเบอร์ จึงไม่มี WiFi Calling ของตัวเอง
เปิด WiFi Calling ที่ต่างประเทศครั้งแรกได้ไหม+
ไม่ควรพึ่งวิธีนี้ True-dtac ระบุว่าต้องเปิดไว้ตั้งแต่อยู่ในไทย และ AIS บน Android ต้องสมัครก่อน ให้ตั้งค่าและทดสอบที่บ้านก่อนวันเดินทาง
WiFi Calling ทำให้แบตหมดเร็วไหม+
ในห้องที่สัญญาณมือถืออ่อน การโทรผ่าน Wi-Fi มักช่วยให้เครื่องไม่ต้องพยายามจับเสาตลอด แต่ถ้า Wi-Fi ไม่เสถียร เครื่องจะสลับไปมาและกินแบตขึ้น ไม่มีตัวเลขทางการที่ใช้ได้กับทุกรุ่น
โทรฉุกเฉินผ่าน WiFi Calling ได้ไหม+
เครื่องจะพยายามใช้สัญญาณมือถือก่อนสำหรับเบอร์ฉุกเฉิน และตำแหน่งที่ส่งผ่าน Wi-Fi อาจแม่นน้อยกว่า ถ้าอยู่ต่างประเทศให้ปิดโหมดเครื่องบินแล้วโทรเบอร์ฉุกเฉินของประเทศนั้นผ่านเครือข่ายมือถือ
แหล่งอ้างอิง
- Make calls over Wi-Fi — Google Phone app Help, 27 กันยายน 2569
- How to use dual SIMs on your Google Pixel phone — Google Pixel Phone Help, 27 กันยายน 2569
- วิธีตั้งค่าการใช้งาน Wi-Fi Calling — True-dtac, 27 กันยายน 2569
- วิธีการสมัครบริการและเปิดใช้ AIS Wi-Fi Calling สำหรับ Android — AIS Call Center, 27 กันยายน 2569
- WiFi Calling (VoWiFi) — NT Mobile, 27 กันยายน 2569
- IR.51 IMS Profile for Voice, Video and SMS over Wi-Fi — GSMA, 27 กันยายน 2569
- VoLTE and VoNR — 3GPP, 27 กันยายน 2569
Instagram และ TikTok ไม่มีปุ่มแชร์บนเว็บ เราจะเปิดแผงแชร์ของเครื่องให้ หรือคัดลอกลิงก์ไว้ให้แทน